นที่แสดงออกมาก่อนหน้านี้หายไป เขามองไปที่เครื่องรางของเจี้ยนเฉินด้วยความไม่มั่นใจ
สักพักเขาก็เอากล่องหยกออกมาวางเครื่องรางของเจี้ยนเฉินไว้ด้านในกล่อง ในเวลาเดียวกันเขาก็วางค่ายกลใส่กล่องไว้และวางมันไว้ที่ใจกลางห้อง จากนั้นเขาถึงได้ออกจากห้องมาโดยไม่ได้เอากล่องออกมากับตัวด้วย
ไม่นานหลิงโม่เจียนก็ไปถึงห้องที่ดูลึกลับกว่าแต่ก่อน เขามองไปรอบ ๆอย่างระมัดระวังและเข้าไปในห้องหลังจากที่ยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ตอนที่เขาเข้าไปในห้องนั้น ค่ายกลที่ทรงพลังก็ครอบคลุมห้องในทันที
ค่ายกลนี้ทรงพลังจนยื้อขั้นเหนือเทพได้สักพัก ที่สำคัญที่สุดคือค่ายกลนี้ตัดความสามารถอย่างการรับรู้วิญญาณได้
หลิงโม่เจียนคือคนเดียวในห้องนี้ มันไม่มีใครอื่นในห้องอีก
หลิงโม่เจียนเดินไปที่ใจกลางห้องแล้วสร้างผนึกด้วยมือทั้งสอง เขาได้ใช้ทักษะลับก่อนจะมีค่ายกลซับซ้อนปรากฏขึ้นมาที่พื้น
“โม่เจียน มีเรื่องสำคัญอะไรเกิดขึ้นในตระกูล เจ้าถึงได้ติดต่อข้ามาด้วยทักษะลับ ? ” ตอนนั้นก็มีเสียงฟังดูเก่าแก่แต่มีชีวิตชีวาดีงขึ้นมาจากค่ายกล ชายแก่ในชุดขาวปรากฏตัวขึ้นมาในค่ายกลนั้น
ชายแก่ผู้นี่ดูราวกับปราชญ์ สายตาเขาเป็นประกายและคมกริบราวกับกระบี่ แม้ว่าจะดูมีอายุมากกว่า 80 ปีแต่หลังเขาก็ยังตั้งตรงราวกับกระบี่ที่เพิ่งชักออกมา เขาแผ่เจตจำนงกระบี่ที่แข็งแกร่งออกมาจากตัว
ชายแก่ผู้นี้คือหลิงเฮ่ากงที่หายตัวไป
“บรรพชน หัวหน้าตระกูลเทียนหยวน