กลิ่นหอมกรุ่นกระตุ้นต่อมความอยากอาหารของฉู่อี้ เขาเหลือบมองฟางซื่อและอวิ๋นโส่วจงด้วยแววตาเว้าวอน “ท่านลุง ท่านป้า หากพวกท่านไม่ตกลง เช่นนั้นข้าก็ไม่กินแล้ว”
เฮ้อ ต่อให้ลึกลับเพียงใดก็เป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง ฉี่ซานของพวกเขาอายุห่างจากฉู่อี้เพียงปีเดียว แต่กลับไม่ต้องแบกรับความกังวลอะไรเลยแม้แต่น้อย
ส่วนฉู่อี้อายุก็ยังน้อย ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาเป็นผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ ครั้งนี้เขาก็เป็นฝ่ายช่วยชีวิตครอบครัวของพวกเขาแทน
สายสัมพันธ์ของคนทั้งสองฝ่ายไม่อาจตัดขาดได้อีก หากพยายามตีตัวออกหาก มีแต่จะยิ่งเร่งให้ผู้ไม่หวังดีเกิดความสงสัย
บางทีเรื่องที่ครอบครัวของพวกเขาช่วยชีวิตฉู่อี้ อาจจะรู้ไปถึงหูของผู้มีอิทธิพลบางคนในเมืองหลวงแล้วก็เป็นได้
“เจ้าเด็กคนนี้ ไยถึงดื้อรั้นเช่นนี้”
“เซ่าชิง นั่งลงเถิด” ในที่สุดสามีภรรยาคู่นั้นก็ยอมแพ้ คนทั้งสี่จึงนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน
ผักและเนื้อสัตว์ล้วนขนส่งมาจากอำเภอใกล้เคียง ซึ่งเป็นคนของฉู่อี้จัดการให้ทั้งหมด
“รีบกินเถิด ซี่โครงในหม้อตุ๋นอยู่นานจนเปื่อยแล้ว เห็ดหอมกับเห็ดหูหนูก็กินได้แล้ว”
เนื่องจากอยู่ติดกับเขตโรคระบาด คนตระกูลอวิ๋นจึงไม่ได้ใส่ต้นหอมหรือกระเทียมลงไปปรุงรส แต่เน้นไปที่การเคี่ยวน้ำแกงให้ออกรสชาติแทน หลังจากตักออกมาแล้วก็สามารถกินได้ทันที
“อย่ากิ