ธีควบคุมโรคระบาด ทั้งยังไม่คิดจัดหาเสบียงอาหารและยารักษาโรค แต่เงินทองที่นำมามอบเป็นสินบนกลับไม่น้อย!”
เซี่ยโหวถอนหายใจ “เฮ้อ… ยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนก็เปลี่ยนแปลง ชีวิตของชาวบ้านยากลำบากขึ้นทุกวัน”
จางหลิงเอ่ยด้วยความโกรธแค้น “ข้าว่าพวกมันคงอยากให้ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ตายด้วยโรคระบาดจนหมดสิ้น จากนั้นก็เผาหมู่บ้านทิ้ง แล้วฮุบเงินช่วยเหลือจากราชสำนัก”
ฉู่อี้ชี้ไปที่หีบสมบัติและตั๋วเงินสองกล่องพลางกล่าวกับเซี่ยโหวว่า “ท่านนำของพวกนี้ไปแลกเป็นตั๋วเงินทั้งหมด รอจนควบคุมโรคระบาดได้แล้วค่อยแอบนำเงินส่วนหนึ่งไปสร้างหมู่บ้านขึ้นมาใหม่”
เซี่ยโหวขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ขอรับ ท่านโหว”
“ท่านโหว แล้วจะจัดการกับคนสองคนนั้นอย่างไรขอรับ?”
ท่านโหวฉู่อี้ถอนหายใจ “เรื่องนี้ข้าออกหน้าไปมากแล้ว ฝ่าบาทคงไม่พอใจที่ข้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการปกครองของท้องถิ่นเป็นแน่”
จางหลิงไม่ยินยอมแต่เขาก็รู้ดีว่าท่านโหวของเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไร
เด็กหนุ่มวัยเพียงสิบกว่าปีไม่เพียงแต่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากแผนร้ายในตระกูลเท่านั้น แต่ยังต้องแบกรับเกียรติของตระกูลเอาไว้… ในใจพลันรู้สึกสงสารท่านโหวน้อยของตนจับใจ
“ท่านโหว คุณหนูอวิ๋นมาขอรับ”
ได้ยินเสียงรายงานจากทหารด้านนอกกระโจมใบหน้าเย็นชาของฉู่อี้ก็พลันอ่อ