นการแต่งกายและฟังสำเนียงของเขาแล้วไม่เหมือนคนท้องถิ่น อีกอย่างรถม้าคันนั้นพวกเขาก็จำได้ว่าเพิ่งเข้ามา ถือว่าโชคร้ายที่ถูกปิดล้อมเสียก่อน จึงรู้ดีว่าพวกเขาคงยังไม่ติดโรคระบาด เหล่าทหารจึงรับเงินของเขาแต่โดยดี
พอเห็นดังนั้นอวิ๋นโส่วจงจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเอ่ยถามอย่างร้อนรน “ขอถามหน่อยเถิด พวกชาวบ้านที่นี่ป่วยเป็นโรคอะไรหรือ มีอาการอย่างไรบ้าง?”
ในเมื่อรับเงินของอีกฝ่ายแล้ว อีกทั้งยังอดเห็นใจในความโชคร้ายของอวิ๋นโส่วจงไม่ได้ เหล่าทหารจึงเล่าเรื่องที่ตนเองรู้ให้ฟังอย่างละเอียด หลังกล่าวจบพวกเขามองตามแผ่นหลังของอวิ๋นโส่วจงที่เดินจากไปด้วยสายตาเห็นใจ
อวิ๋นโส่วจงกลับมาถึงรถม้า สีหน้าไม่สู้ดีนัก ฟางซื่อรีบเอ่ยถาม อวิ๋นโส่วจงเล่าอาการที่ทหารบอกให้ฟัง จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ข้าถามแล้ว ทางการไม่ได้ส่งหมอมา เพียงแต่เรื่องนี้ปิดไม่มิด จึงจำเป็นต้องแจ้งกองทหารรักษาการณ์ให้ส่งทหารมาปิดกั้นหมู่บ้าน”
ฟางซื่อตกใจ “ไม่ส่งหมอมา ไม่จัดยารักษาให้ นี่ตั้งใจจะปล่อยให้คนในหมู่บ้านนี้ตายกันหมดเลยหรืออย่างไร!”
อวิ๋นโส่วจงแค่นเสียงเย็นชา “ปล่อยให้ตายกันหมดแล้วก็เผาหมู่บ้านทิ้ง จากนั้นเงินทองและเสบียงที่ทางราชสำนักส่งมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก็ตกเป็นของพวกมันพอดี”
อวิ๋นเจียวฟัง