งอวิ๋นเจียวก็ออกเดินทางไปเมืองจิ่วเจียงเช่นกัน ทิ้งหมู่บ้านไหวซู่ไว้เบื้องหลัง
รถม้าที่ได้รับการดัดแปลงมีความมั่นคงและรวดเร็วกว่าเดิม แถมยังช่วยลดแรงของม้าที่ลากไปได้ด้วย อวิ๋นโส่วจงเป็นสารถีด้วยตัวเอง ส่วนฟางซื่อกับอวิ๋นเจียวนั่งคุยกันอยู่ในรถม้า บางครั้งก็จะเปิดม่านรถม้าขึ้นมาชมทิวทัศน์ข้างทาง
“รถม้าที่ถูกดัดแปลงแล้วช่างแตกต่างจริงๆ ไม่เพียงแต่เร็วขึ้นเท่านั้น ยังนั่งสบายอีกด้วย”
อวิ๋นเจียวยิ้มแล้วพูดว่า “พี่รองของข้าเก่งที่สุด สิ่งที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมาไม่มีทางแย่แน่นอนเจ้าค่ะ”
ฟางซื่อโอบกอดนางพลางกล่าวว่า “หากไม่ใช่เพราะความคิดของเจ้ากับหนังสือที่เจ้าให้เขา พี่รองของเจ้าจะไปคิดเรื่องพวกนี้ได้อย่างไรกัน?”
อวิ๋นเจียวซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของฟางซื่อ ดื่มด่ำกับความรักใคร่ที่แสนอบอุ่น “ข้าขี้เกียจนัก แค่อยากนั่งรถม้าให้สบายขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น ส่วนหนังสือพวกนั้นข้าบังเอิญไปเห็นคนอื่นกำลังจะเผาทิ้ง รู้สึกเสียดายจึงซื้อมา ไม่คิดเลยว่าพี่รองจะนำไปใช้ได้ สำหรับข้าหนังสือพวกนั้นเป็นดั่งตำราจากสรวงสวรรค์ แม้แต่พี่ใหญ่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจ เพียงแต่พี่รองมีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ นะเจ้าคะ”
“ฮ่าๆๆ ในบ้านเราก็มีแต่เจ้าที่ชอบพูดจาหวานหู ต่อไปนี้รถม้าก็จะเป็นรายได้อีกทางหนึ่งของครอบครัวเร