เดิมทีท่านพ่อคิดแผนเช่นนี้นี่เอง… บุตรชายทั้งสามต่างเข้าใจแจ่มแจ้ง
อวิ๋นโส่วเย่าขมวดคิ้ว “ท่านพ่อ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าตกลงกันแล้วหรือขอรับ? ที่ดินของท่านจะให้ผู้อื่นเช่าทำนาหรือจะจ้างคนทำก็ได้ เหตุใดจึงพูดเรื่องนี้อีก? พวกข้าแยกบ้านกันแล้ว ตกลงกันแล้วว่าต่างคนต่างอยู่ ปลายปีพวกข้าค่อยนำเงินเลี้ยงดูมาให้ท่านใช้จ่าย”
“บัดนี้ท่านพูดเช่นนี้อีก เช่นนั้นก็ได้ งานบ้านและงานในนาพวกข้าพี่น้องจะรับผิดชอบเอง ไม่ทำให้ผู้เฒ่าเช่นท่านต้องเหนื่อยใจ”
“แต่เรื่องเงินเลี้ยงดู พวกข้าก็ไม่จำเป็นต้องให้แล้ว เพราะพวกข้าต้องลงแรงเอง เสียเวลาทำมาหากินของพวกข้า แม้ว่าอยากจะมอบเงินเลี้ยงดูให้ท่าน แต่ก็คงไม่มีให้หรอกขอรับ ข้าจะไปหาผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูล พวกเราไปแก้ไขสัญญาแยกบ้านกัน”
อวิ๋นโส่วเย่ามองทะลุปรุโปร่ง พี่ใหญ่เป็นคนไม่กล้าขัดใจใคร อีกทั้งยังถูกสองผู้เฒ่ากดขี่ข่มเหงมาโดยตลอด ท่านพ่อพูดอะไรก็ว่าตามนั้น ไม่สามารถคาดหวังให้เขาเอ่ยปากขัดแย้งแม้แต่น้อย ส่วนพี่รองกับครอบครัวก็เป็นที่รังเกียจของสองผู้เฒ่า เรื่องน่าเบื่อหน่ายเช่นนี้ เขาจึงต้องเป็นคนออกหน้า
ที่สำคัญคือตอนนี้ครอบครัวของเขาต้องพึ่งพาพี่รอง หากเทียบกับอวิ๋นโส่วกวงแล้ว เขาต่างกันตรงที่ อวิ๋นโส่วกวงเป็นพี่น้องร่วมมารดากับอวิ๋นโส