“ท่านปู่ พวกข้าจะเข้าไปขายของในอำเภอ”
ถึงอย่างไรก็เป็นผู้ใหญ่ ในยุคที่เคร่งครัดเรื่องขนบธรรมเนียมเช่นแคว้นต้าเยี่ย คำว่ากตัญญูสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ฉี่เสียงกับฉี่ชิงจึงตอบกลับด้วยความเคารพ
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว เอ่ยตำหนิด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ไร้สาระ พวกเจ้ายังเด็กจะทำการใหญ่ได้อย่างไร ไปขายของในอำเภอ นี่มันไม่ใช่การเสียเวลาเปล่าๆ หรือ?”
“เอาของลงมา แล้วตามปู่ไปทำไร่ แล้วก็เจ้าด้วยหลานเอ๋อร์ เป็นเด็กผู้หญิงตามไปจุ้นจ้านอะไร ไม่เห็นหรือว่าย่าของเจ้ากำลังซักผ้าอยู่? รีบไปช่วยงานเร็วเข้าสิ!”
เด็กๆ ทั้งสามคนถึงกับพูดไม่ออก ปู่ของพวกเขาเป็นเช่นนี้ พวกเขาควรทำอย่างไรดี?
โชคดีที่อวิ๋นหลานเอ๋อร์ไหวพริบดี นางตะโกนเสียงดังไปทางห้องของอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ “ท่านปู่ ไม่ใช่ว่าข้าไม่ช่วยย่า แต่ที่นี่ก็ยังมีอาหญิงอยู่ไม่ใช่หรือ? พวกเราแยกบ้านกันแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น พวกท่านไม่อยากให้อาหญิงทำงานบ้าน แล้วทำไมถึงมาเรียกใช้งานข้าเล่า? ลูกสาวของท่านเป็นลูกสาว แล้วลูกสาวของพ่อแม่ข้าไม่ใช่ลูกสาวหรือ?”
เถาซื่อได้ยินเช่นนั้น ถึงกับโมโหจนตัวสั่น บ้านเจ้าสามนี่ ตั้งแต่ที่ไปคบค้าสมาคมกับบ้านเจ้ารองก็ถูกชักจูงจนเอาใจออกหากจากนางแล้ว!
“นางเด็กนี่พูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร? อาหญิงของเจ้าเป็น