วิ๋นโส่วกวงรีบกล่าว
“’งั้นก็ดี ถ้าเจ้านับถือข้าเป็นพ่อ ข้าก็จะถามเจ้าต่อหน้าชาวบ้านนี่แหละ เจ้าสี่ไม่อยู่บ้าน ไร่นาในบ้านไม่มีคนทำ บ้านเจ้าบุตรชายเยอะ ส่งมาช่วยข้าทำนาสองคน”
ได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นโส่วกวงก็ลำบากใจ คนในบ้านก็ไม่พออยู่แล้ว จะมีเวลาที่ไหนไปช่วยเขาทำนาอีกเล่า?
ตอนนั้นเอง อวิ๋นโส่วเย่ากับภรรยาก็กลับมาจากทุ่งนาพอดี เห็นพี่ชายถูกพ่อของตนถามจนพูดไม่ออก จึงเอ่ยขึ้นว่า “ท่านพ่อ พวกเราก็แยกบ้านกันแล้ว ตอนแยกบ้านก็ตกลงกันแล้วว่า ปีหนึ่งจะมอบเงินให้ท่านสิบตำลึง”
“พวกข้าพี่น้องสามคนรวมกัน ปีหนึ่งก็สามสิบตำลึงเงินแล้ว สามสิบตำลึง ในหมู่บ้านไหวซู่มีบ้านไหนได้เช่นนี้บ้าง หักค่าใช้จ่ายของท่านพ่อท่านแม่แล้ว เงินที่เหลือไม่พอให้ท่านจ้างคนงานเลยหรือ?”
ส่วนเฉาซื่อก็ดึงอวิ๋นหลานเอ๋อร์มากอดไว้ ใช้แผ่นหลังรับการตีจากไม้กวาดของเถาซื่อหลายครั้ง ถึงแม้ว่าในชนบท เรื่องแม่ผัวตีลูกสะใภ้จะเป็นเรื่องปกติ แต่การที่ตีลูกสะใภ้ต่อหน้าเพื่อนบ้านเช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่พบเห็นได้บ่อยนัก
เพราะอย่างไรเสีย ก็ต้องคำนึงถึงชื่อเสียงของตัวเองบ้าง เฉาซื่อถูกเถาซื่อตีต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้าน จึงเริ่มเข้าข้างอวิ๋นโส่วเย่า
“ถูกของเขา สามสิบตำลึงเชียวนะ อย่าว่าแต่หมู่บ้านเราเลย ต่