แทบหลุดออกจากร่าง นี่หากเข้าตาไปจะเป็นอันตรายเพียงใด
“คุณหนูของบ่าว ลงมาเร็วเจ้าค่ะ ให้บ่าวทำเถิด คุณหนูอยากทำสิ่งใดสั่งให้บ่าวทำก็พอเจ้าค่ะ”
อวิ๋นเจียวเห็นท่าทางร้อนรนของชุนเหมยจึงไม่กล้าขัดขืน รีบลงจากม้านั่งเตี้ยหน้าเตา “ไม่เป็นไรหรอก แต่เจ้ากลับมาได้ทันเวลาพอดี เช่นนั้นเจ้าช่วยข้าทำอาหารเถิด ข้าจะบอกเจ้าว่าต้องทำยังไง”
ไม่แปลกที่ชุนเหมยจะตื่นตระหนกเช่นนี้ เพราะอวิ๋นเจียวยังเด็กนัก และไม่เคยเข้าครัวมาก่อน ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะทำเครื่องประทินผิว หรือสบู่ผลึกแก้วอะไรพวกนั้น นางเป็นเพียงคนสั่งการ ส่วนงานหนักทั้งหมดชุนเหมยจะเป็นคนจัดการเอง นางเพียงแค่ลงมือทำขั้นตอนสุดท้ายก็พอแล้ว
ที่จริงแล้วอวิ๋นเจียวอยากจะเข้าครัวมานานแล้ว มีฝีมือทำอาหารแต่ไม่มีโอกาสแสดงฝีมือ ทำให้นางรู้สึกอัดอั้นไม่น้อย
ช่างเถิด เรื่องเข้าครัวค่อยว่ากันทีหลัง เพราะเรื่องใดๆ ล้วนต้องใช้เวลา เด็กสาวที่ไม่เคยแตะงานบ้านงานเรือน จู่ๆ ก็มีฝีมือทำอาหารล้ำเลิศ นั่นมันน่าแปลกประหลาดเกินไปแล้ว
“ใส่น้ำมันลงไปเคี่ยวแล้วพักให้เย็น จากนั้นใส่น้ำมันหมูลงไป ใช้ไฟอ่อนๆ แล้วใส่พริกที่เตรียมไว้ลงไปผัดช้าๆ จนกว่าพริกจะเหนียวหนืด…”
อวิ๋นเจียวท่องขั้นตอนการทำน้ำปรุงหม้อไฟออกมาอย่างคล่องแคล่วราวกับท่องตำ