่าคนพวกนี้ใจร้อนมากแค่ไหน
อาจารย์ตั่งรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อวิ๋นฉี่ซานยังนึกถึงเขา จึงเอ่ยว่า “วางใจเถิด ต่อให้อาจารย์ของเจ้าลาออกจากราชการแล้ว แต่ก็ยังมีตำแหน่งขุนนางขั้นหกอยู่ ไม่มีทางปล่อยให้บ้านเจ้าถูกใส่ร้ายเด็ดขาด!”
อวิ๋นฉี่ซานรีบคำนับอาจารย์ตั่ง ก่อนจะเดินไปหาอวิ๋นเจียว จับมือนางไว้แน่น แล้วกระซิบข้างหูว่า “เจียวเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว พี่รองอยู่ตรงนี้นะ!”
อวิ๋นเจียวยิ้มให้อวิ๋นฉี่ซาน “พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่กลัวผีมาเคาะประตูหรอก!”
ท่าทางองอาจผ่าเผยของนาง ยิ่งทำให้ชาวบ้านที่มามุงดูรู้สึกว่าต้องมีลับลมคมในแน่ๆ ทุกคนยิ่งวิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้น ผู้ดูแลจางหัวเราะเยาะ “เด็กน้อย หากจะหัวเราะก็รีบหัวเราะเสียเถิด อีกประเดี๋ยวเจ้าจะได้ร้องไห้แล้ว”
ขณะนั้น คนบ้านตระกูลอวิ๋นเก่าก็รีบรุดมาถึง ไม่ขาดใครแม้แต่คนเดียว ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เขารีบเบียดตัวเข้ามาหน้าบ้านอวิ๋นเจียว แล้วพูดกับอวิ๋นเจียวอย่างร้อนใจว่า “เด็กน้อย เจ้ายังเด็ก ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี รีบเอาของที่ขโมยเขามาคืนไปซะ!”
ในใจของเขา ลูกชายและหลานชายสำคัญกว่า เขากลัวว่าด้วยความรักที่อวิ๋นโส่วจงมีต่อหลานสาวคนนี้ จะยอมเอาตัวเองและลูกชายเข้าไปเสี่ยง
อวิ๋นโส่วจู่อยู่ข้างๆ พูดยุยงใส่ไฟว่า “ก็แน่ล