ะว่านางไม่รู้เรื่องอะไร ไม่งั้นพี่รองจะให้ลูกชายลูกสาวตัวเองไปขโมยของสำคัญเช่นนั้นหรือ? นั่นมันตราประทับของท่านนายอำเภอเชียวนะ สำคัญยิ่งนัก! หากพี่รองเอาตราประทับไปทำเรื่องไม่ดี… โถ่เอ๊ย… ข้าละไม่กล้าคิดเลย!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้น ก็หันไปตบหน้าอวิ๋นโส่วจู่ทันที “ถ้าพูดไม่เป็นก็หุบปากไปซะ ใครอนุญาตให้เจ้าพูดจาเหลวไหล! ชัดเจนว่าเป็นเพราะเด็กๆ ไม่รู้เรื่อง เลยแอบเอาไปเล่น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพี่รองของเจ้ากับฉี่เยว่สักหน่อย!”
พอเห็นผู้เฒ่าอวิ๋นตีอวิ๋นโส่วจู่ เถาซื่อก็โวยวายขึ้นมาทันที “ตาแก่ไม่ตายนี่ ตีลูกชายตัวเองทำไม? อวิ๋นโส่วจงเป็นใครกัน เขาแยกบ้านออกไปแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าเลยสักนิด! ลูกชายลูกสาวของเขามีนิสัยขี้ขโมย แล้วเจ้าจะออกหน้าปกป้องทำไม?”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ก็พูดเยาะเย้ยอย่างสะใจว่า “ท่านพ่อ ท่านไปยุ่งเรื่องของพวกเขาทำไม? เห็นได้ชัดว่าเป็นครอบครัวขโมย ทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กไม่มีใครดีสักคน ท่านอยู่ห่างๆ พวกเขาดีกว่า ระวังจะพลอยโดนหางเลขไปด้วย!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนตัวสั่น เขาตีอวิ๋นโส่วจู่ได้ แต่ตีอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ไม่ได้ มิเช่นนั้นเถาซื่อคงข่วนหน้าเขาแน่!
“ครอบครัวนี้มันใจดำ น่าจะจับไปกินข้าวคุกให้หมดตั้งนานแล้ว!” ทางที่ดีก็จับไป