บจิงผิงตอบกลับมาว่า ทางนั้นตกลงเรื่องการร่วมลงทุนแล้ว อีกไม่กี่วันหลงจู๊ใหญ่ของทางนั้นจะมาทำสัญญา”
อวิ๋นเจียวนึกถึงนายอำเภอคนนั้นที่กำลังคิดร้ายต่อครอบครัวของนาง หากช่วงนี้พวกนางยังไปทำสัญญาที่ศาลาว่าการ เช่นนั้นเตียวซวี่อันคงยิ่งอิจฉาตาร้อนเป็นแน่
“ท่านพ่อ เช่นนั้นพวกเราไปดูที่โรงผลิตเครื่องเคลือบจิงผิงเลยดีหรือไม่เจ้าคะ? ถือโอกาสไปทำสัญญาที่นั่นเลย!”
อวิ๋นโส่วจงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปที่ฟางซื่อ แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ตกลง พวกเราไปโรงผลิตเครื่องเคลือบจิงผิง! แต่ก่อนไปต้องซื้อม้าเพิ่มอีกหนึ่งตัว และทำรถม้าอีกหนึ่งคัน แบบนี้เจ้ากับลูกจะได้ไม่เหนื่อย ถือเสียว่าเราไปเที่ยวพักผ่อน”
หากเรื่องนี้จบลง ทางบ้านเก่าของพวกเขาคงยังต้องวุ่นวายเพราะอวิ๋นโส่วจู่ไปอีกนาน ออกไปพักผ่อนข้างนอกสักพักจะดีกว่า รอให้เรื่องทุกอย่างสงบลงแล้วค่อยกลับมา
ฟางซื่อเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “ทำไมถึงพาข้าไปด้วย? จะไม่ให้มีคนเฝ้าบ้านเลยหรือ?”
อวิ๋นโส่วจงตอบ “ให้ฉี่ซานอยู่เฝ้าบ้านก็พอแล้ว ช่วงนี้ข้าเห็นเจ้าสามกับพี่ใหญ่ดูแลไร่นาอย่างดี ดีกว่าที่ข้าดูแลเองเสียอีก ถึงตอนนั้นข้าจะไปฝากฝังผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูลให้ช่วยดูแล แล้วไปจ้างผู้คุ้มกันจากสำนักคุ้มกันสองคนมาช่วยเฝ้าบ้าน แบบนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว”
“หากเจ้ายัง