อวิ๋นโส่วจงปลอบ “เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อีกอย่างก็ไม่ใช่คนอื่นไกล เป็นท่านเสนาบดีโหลว… ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ท่านอาจารย์หม่าเป็นคนออกหน้า ฉี่เยว่เป็นศิษย์ของท่านอาจารย์หม่า ติดตามไปดูแลอาจารย์ ใครจะว่าอะไรได้”
“ยิ่งไปกว่านั้นท่านอาจารย์หม่าไม่ได้ไปปล้นนักโทษจากลานประหารเสียหน่อย! แค่ไปพบหน้าสหายเก่าเป็นครั้งสุดท้าย และถือโอกาสช่วยเหลือครอบครัวของสหายเก่าเท่าที่จะทำได้”
“อีกอย่าง เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเหตุใดพวกเราถึงให้ฉี่เยว่สอบเคอจวี่ [1] เพื่อเป็นขุนนาง? ยิ่งพวกเราจงใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดูน่าสงสัยมากเท่านั้น ไม่สู้ทำตัวเป็นเศรษฐีที่กลับมาบ้านเกิด ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายดีกว่า”
ฟางซื่อหัวเราะเยาะ “ท่านน่ะหรือ? ยังกล้าพูดว่าเป็นเศรษฐีอีก เงินทองสมบัติในบ้านทั้งหมด ล้วนเป็นเจียวเอ๋อร์ที่หามาได้”
อวิ๋นโส่วจงพูด “ข้าก็ได้อาศัยบารมีของเจียวเอ๋อร์มิใช่หรือ!” กล่าวจบก็ถอนหายใจ “ท่านเสนาบดีโหลว… น่าเสียดายจริงๆ”
ฟางซื่อถอนหายใจเช่นกัน “นั่นสิ เป็นคนดีแท้ๆ…”
อวิ๋นเจียวจัดแจงตกแต่งรถม้าใหม่ ห้องโดยสารได้รับการปรับปรุงใหม่โดยอวิ๋นฉี่ซาน ภายนอกดูเรียบง่าย แต่ภายในนั้นไม่ธรรมดา
เบาะนั่งของรถม้าถูกย้ายไปไว้ด้านข้าง อวิ๋นฉี่ซานติดตั้งกลไกพิเศษเอาไว้ เพียงแค่ดึ