ในที่สุดท่านก็มาแล้ว หรือว่าอาจารย์หลานหลิงเขียนภาคต่อเสร็จแล้วหรือ?” ต้องเป็นภาคต่อแน่ๆ มิเช่นนั้นเขาก็คงต้องกระวนกระวายใจต่อไป
อวิ๋นฉี่เยว่ยกถ้วยชาขึ้นจิบ หลังจากวางถ้วยชาลงแล้วจึงเอ่ยว่า “ท่านอาจารย์เขียนภาคต่อเสร็จแล้ว แต่ท่านอาจารย์บอกว่าราคาเดิมคงไม่ได้แล้ว”
หลงจู๊รีบพูด “ไม่เป็นไร พวกเราสามารถเพิ่มราคาได้ หนึ่งพันตำลึงเงิน ท่านว่าอย่างไร? ยุติธรรมพอหรือไม่?”
อวิ๋นฉี่เยว่ไม่ได้ตอบทันที แต่เอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า “เพียงแค่ในเมืองหลวง นิยายของท่านอาจารย์เล่มที่แล้วก็ขายได้มากกว่าสองสามหมื่นเล่มแล้ว จากราคาที่พวกท่านกำหนดไว้ เล่มละห้าตำลึงเงิน”
“ต่อให้ขายได้แค่สองหมื่นเล่ม ก็ได้เงินถึงหนึ่งแสนตำลึงเงิน แค่ในเมืองหลวงก็ขายได้มากมายขนาดนี้ นับประสาอะไรกับเงินที่ขายได้ในเมืองอื่นๆ! หลงจู๊จู ท่านคิดว่าหนึ่งพันตำลึงเงินเหมาะสมจริงๆ หรือ?”
หลงจู๊จูฟังอวิ๋นฉี่เยว่คำนวณบัญชีจนเหงื่อตก เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กชายอายุสิบสามปี แต่เขากลับรู้สึกว่ากำลังเผชิญหน้ากับพ่อค้าที่มีประสบการณ์อยู่ในวงการค้าขายมานานหลายปี
“ดูท่านพูดเข้าสิ ค่าใช้จ่ายของร้านหนังสือพวกเราก็สูงมากเช่นกัน แม้จะขายเล่มละห้าตำลึงเงิน แต่กระดาษ ค่าแรง ค่าขนส่ง ล้วนต้องคำนวณต้นทุนทั้งสิ้น หลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆ