แล้ว สุดท้ายกำไรที่เหลือถึงมือก็มีไม่มากหรอก”
อวิ๋นฉี่เยว่ยิ้มๆ “ข้าก็ไม่ได้อยากทำให้ท่านหลงจู๊ลำบากใจ ท่านอาจารย์บอกว่าหากพวกท่านให้ราคาไม่ได้ ท่านอาจารย์จะเปิดร้านหนังสือเอง ข้าเชื่อว่าด้วยชื่อเสียงของท่านอาจารย์ การเปิดร้านหนังสือมิใช่เรื่องยาก ถึงตอนนั้นนิยายของท่านอาจารย์วางแผง อย่างมากก็ขายให้ร้านของท่านเล่มละสามตำลึงเงิน”
หลงจู๊ได้ยินดังนั้นก็ตกใจ อย่าเลยนะ หากอาจารย์หลานหลิงเปิดร้านหนังสือเอง พวกเขาจะเอาอะไรมาหากำไรเล่า? หนังสือหนึ่งเล่มได้กำไรสองตำลึงเงิน จะไปสู้กับการพิมพ์เองขายเองได้อย่างไร?
“คุณชายอวิ๋น ท่านบอกความต้องการของอาจารย์หลานหลิงมาตรงๆ เลยเถิด”
อวิ๋นฉี่เยว่เอ่ยขึ้น “ท่านอาจารย์ต้องการขายขาดภาคต่อให้ร้านหนังสือหังไจในราคาสามหมื่นตำลึงเงินเป็นเวลาห้าปี หลังจากห้าปี หากร้านหนังสือหังไจยังต้องการขายต่อ ก็ให้มาเจรจาราคากับท่านอาจารย์ใหม่ และทำสัญญา”
“แน่นอนว่าเรื่องนี้ข้าไม่ต้องการให้ท่านตอบตกลงในทันที ท่านอาจารย์ให้เวลาพวกท่านห้าวันในการตัดสินใจ หากเกินกำหนด ข้าจะต้องทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์ นำภาคต่อไปขายให้ร้านอื่น”
หลงจู๊จะยังพูดอะไรได้อีก? อย่างแรกเลยคืออวิ๋นฉี่เยว่เป็นเพียงคนที่ช่วยทำงานแทนอาจารย์หลานหลิงเท่านั้น อย่างที่สองคือเขาไม่กล้าตอบตกลงหรือปฏิเสธ