อวิ๋นเหนียงพอได้ยินว่าตระกูลอวิ๋นจะถือหุ้นแบบตายตัว ทั้งยังรับปีละเพียงสามหมื่นตำลึงเงิน นางจะมีเหตุผลใดที่จะไม่ตอบตกลงได้เล่า? สบู่ผลึกแก้วหากให้ร้านฝูหรงเซวียนดำเนินการ ในหนึ่งปีสามารถทำกำไรสูงถึงสามถึงสี่แสนตำลึงเงินได้อย่างแน่นอน
“เช่นนั้นพวกเรามาทำสัญญากันเถิด คุณชายใหญ่จะไปที่ศาลาว่าการกับข้า หรือ…”
ฟางซื่อเอ่ยยิ้มๆ “พวกเราก็เขียนสัญญากันเองที่นี่เลยก็ได้ ไม่ต้องไปถึงศาลาว่าการอำเภอหรอก น้องหญิงคงไม่คิดโกงพวกเราหรอกกระมัง?”
การไม่ไปทำสัญญาที่ศาลาว่าการ หมายความว่าเป็นเพียงสัญญาส่วนตัว แม้ว่าจะมีผลบังคับใช้เช่นกัน แต่ไม่มีฉบับที่เป็นบันทึกของทางการ หากสัญญาถูกทำลาย ก็อาจส่งผลให้เนื้อหาในสัญญาเป็นโมฆะ ดังนั้นสิ่งสำคัญเช่น โฉนดที่ดิน หรือสัญญาซื้อขายบ้าน จึงต้องไปทำที่ศาลาว่าการ
อวิ๋นเหนียงไม่คาดคิดว่าฟางซื่อจะปล่อยวางและทำตัวสบายๆ เช่นนี้ แต่เพียงครู่เดียว นางก็เข้าใจและคลายความสงสัย ใช่สินะ พวกเขายังมีสูตรเครื่องประทินผิวอยู่ หากต้องการเครื่องประทินผิว ก็ไม่มีทางกล้าโกงเงินส่วนแบ่งจากสบู่ผลึกแก้วของพวกเขา
นั่นหมายความว่าครอบครัวนี้ใจกว้างและง่ายต่อการเจรจาการค้า แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาโง่ ตรงกันข้าม ครอบครัวนี้กลับฉลาดยิ่งกว่าพ่อค้าที่อวิ๋นเหนียงเคยพบเจอมาหลาย