วันนั้นเองหลงจู๊ร้านยาจี้เหรินถังก็รีบรายงานเรื่องที่อวิ๋นเจียวและอวิ๋นฉี่เยว่ทำลายการค้าของพวกเขาให้อูเล่อผู้เป็นเจ้าของร้านฟังอย่างละเอียดทั้งยังใส่สีตีไข่เกินจริง
อูเล่อโกรธจนปาถ้วยชาในมือแตกกระจาย เมื่อเห็นดังนั้นหลงจู๊ร้านก็แอบยิ้มเยาะในใจ คราวที่แล้วที่โสมกลายเป็นเนื้อหมูป่า เขาก็ถูกดุด่าไปไม่น้อย ตอนนี้เจ้าของร้านโกรธจนไฟลุกท่วมหัวแล้ว ดูซิว่าครอบครัวของเด็กสาวคนนั้นจะอยู่สุขสบายได้อีกหรือไม่
เขาสืบมาแล้ว ครอบครัวนั้นไม่ใช่ตระกูลผู้สูงศักดิ์อะไร แต่เป็นเพียงเศรษฐีใหม่ที่ย้ายมาจากเมืองหลวงเท่านั้น
พอคิดว่าตนเองถูกเด็กสาวตัวเล็กๆ หลอกจนงงงันไปหมด เขาก็รู้สึกโกรธแค้นจนแทบคลั่ง
“…บิดาของเด็กคนนั้นชื่ออวิ๋นโส่วจง ช่วงนี้ซื้อที่ดินไปไม่น้อย ที่ดินชั้นดีสองร้อยหมู่ของตระกูลเศรษฐีหวังในหมู่บ้านไหวซู่ ก็ถูกพวกเขาซื้อไปแล้ว”
การซื้อขายที่ดินต้องทำสัญญาไว้ที่ศาลาว่าการ เนื่องจากเจ้าของร้านของร้านยาจี้เหรินถังเป็นพี่ชายของอนุภรรยาคนโปรดของท่านนายอำเภอ การที่หลงจู๊ร้านจะสืบเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ จากศาลาว่าการจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
อูเล่อยิ้มเยาะ “มีเงินก็ดีสิ กลัวแต่ว่ามันจะไม่มีเงิน!”
จัดการกับเศรษฐีใหม่ที่ไม่มีอำนาจอะไร สำหรับเขาแล้วมันก็เป็นเรื่องง่ายๆ มิใช่หรือ? “