่งไปส่องกระจกทองแดง ก็เห็นว่ามันงดงามจริงๆ
“สายตาของพี่ใหญ่ยอดเยี่ยมที่สุด!”
อวิ๋นฉี่เยว่กล่าวพร้อมกับยิ้มละมุน “เจียวเอ๋อร์ชอบก็ดีแล้ว! เอาล่ะ พี่ใหญ่ไปทบทวนตำราแล้ว เจียวเอ๋อร์รีบพักผ่อนเถิด”
อวิ๋นเจียวรีบพยักหน้า “เจ้าค่ะๆ พี่ใหญ่รีบไปตั้งใจศึกษาตำราเถิดเจ้าค่ะ!”
อวิ๋นเหนียงรีบกลับไปที่ร้านฝูหรงเซวียน แต่กลับไม่พบฉู่อี้ นางรอจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนเกือบยามสาม [1] ฉู่อี้ หลิวจ้าน และจางหลิง จึงกลับมาอย่างเงียบเชียบ ทั้งสามคนสวมชุดดำ บนร่างมีกลิ่นคาวเลือดจางๆ
“ซื่อจื่อ!” อวิ๋นเหนียงตรงเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง ฉู่อี้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ โบกมือห้าม “พวกเราไม่เป็นอะไร เลือดพวกนี้เป็นของคนอื่น”
เช่นนั้นเองหรือ อวิ๋นเหนียงจึงได้โล่งใจ ฉู่อี้มองนางอย่างเฉยเมย “มีเรื่องอันใด?”
อวิ๋นเหนียงพยักหน้า จากนั้นก็พูดด้วยความเคารพ “บ่าวได้ส่งอาจารย์ตั่งและอาจารย์หม่าทั้งสองท่านนั้นไปที่บ้านตระกูลอวิ๋นแล้วเจ้าค่ะ นอกจากนี้บ่าวยังซื้อของจากตระกูลอวิ๋นมาอีกเล็กน้อย”
กล่าวจบอวิ๋นเหนียงก็ยกเครื่องประทินผิว น้ำตบ และเครื่องประทินผิวสูตรเข้มข้นขึ้นมา “ทั้งหมดสองหมื่นตำลึงเงินเจ้าค่ะ!”
สองหมื่นตำลึงเงินหรือ? อวิ๋นเหนียงเป็นบ้าไปแล้วหรือ? เสียสติไปแล้ว? หรือวิปลาสไปแล้ว?
หลิวจ้านกับจางหลิงเบิกต