ารถทำงานให้เขาได้… ไหนเลยจะเป็นคนที่ฐานะต่ำต้อยอย่างเขาจะกล้าหมายปองได้หรือ?
“บ่ายนี้ข้าจะไปจ้างผู้คุ้มกันหญิงจากสำนักคุ้มกันมาสองคน!”
ฟางซื่อเอ่ยว่า “ตกลง ก็ทำตามนั้นเถิด! เฮ้อ… นี่มันเรื่องวุ่นวายอันใดกันนะ!”
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยว่า “คนหยาบช้าแบบนั้น พวกเราไม่ต้องไปสนใจหรอก รอจ้างผู้คุ้มกันมาแล้ว ก็สั่งพวกเขาไปเลยว่าหากเห็นมันมาใกล้ที่บ้านพวกเราอีกก็ให้โยนมันออกไปซะ!”
ฟางซื่อพยักหน้า “ก็คงทำได้เท่านั้นล่ะ”
หลังจากปรึกษากับฟางซื่อเสร็จ อวิ๋นโส่วจงก็ออกจากบ้านไปจัดการธุระ พอในมือมีเงินสองหมื่นตำลึง เขาก็รู้สึกว่าคำพูดของอาจารย์ตั่งนั้นมีเหตุผลอยู่บ้าง
ดังนั้นเขาจึงรีบไปหาผู้ใหญ่บ้าน เพื่อซื้อที่ดินรอบๆ เพิ่มเติมอีกหน่อย นอกจากนี้ยังเช่าบ้านอีกหลังหนึ่ง เพื่อให้อาจารย์ทั้งสี่คนพักอาศัยเป็นการชั่วคราว มีเรื่องให้ทำมากมาย ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน!
อวิ๋นเจียวไม่รู้เลยว่าหลังจากที่นางจากไป บิดามารดาได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ถึงเพียงนั้น ตอนนี้นางกำลังมองอวิ๋นฉี่ซานที่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
อวิ๋นฉี่ซานถือ “ตำราหลู่ปัน” [1] เอาไว้ในอ้อมกอด ดวงตาเป็นประกาย ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงด้วยความตื่นเต้น
“เจียวเอ๋อร์ สุดยอดไปเลย! นี่มันตำราหลู่ปันเชียวนะ ตำราหลู่ปันที่หายสาบสูญไปนับร้อยปี! นี่มันของจริ