ยู่ไกลๆ ต่างพากันมองตาค้าง
เนื่องจากก่อนหน้านี้อวิ๋นเจียวแจ้งข่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นอวิ๋นฉี่เยว่จึงไม่ได้ประหลาดใจกับการมาเยือนของอวิ๋นเหนียงเท่าไรนัก เพียงแต่รู้สึกว่านางมาเร็วไปหน่อย ดูท่าทางคงจะรอไม่ไหวแล้วกระมัง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านนี้คือหลงจู๊ซุนจากร้านฝูหรงเซวียนขอรับ” อวิ๋นฉี่เยว่แนะนำฐานะของแขกผู้มาเยือนให้บิดามารดาของตนรู้จัก
“ยินดีที่ได้พบ นายท่านอวิ๋น ฮูหยินอวิ๋น” อวิ๋นเหนียงเดินเข้าไปทักทายอวิ๋นโส่วจงและฟางซื่อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม และเอ่ยเรียกอย่างเป็นกันเอง
ฟางซื่อเองก็ยิ้มแย้ม “เชิญเข้ามาข้างในก่อนเถิด หลงจู๊ซุนไม่รังเกียจที่นี่เป็นบ้านนอกคอกนา มาเยี่ยมเยียนพวกเราถึงที่นี่ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”
อวิ๋นเหนียงไม่คิดว่าสตรีชาวบ้านจะพูดจาไพเราะเช่นนี้ ดูท่าทางตระกูลอวิ๋นนี้คงไม่ธรรมดา แต่พวกเขาก็เป็นถึงครอบครัวที่ย้ายมาจากเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นบุตรชายหรือบุตรสาว ต่างก็เป็นคนมีมารยาทและวางตัวดี มารดาของพวกเขาก็คงไม่ใช่สตรีธรรมดาๆ เป็นแน่
“พี่หญิงพูดเล่นแล้ว เป็นข้าเองที่เสียมารยาทแล้ว ไม่ได้ส่งบัตรเชิญล่วงหน้า แต่มารบกวนพวกท่าน ขอเพียงพี่หญิงเห็นแก่ที่เราทั้งสองฝ่ายมีเรื่องกิจการให้ติดต่อกัน อย่าได้ถือสาแม่ค้าที่เห็นแก่เงินทองเช่นข้าเลย”
อวิ๋นเหนียงเป็นค