เอ๋อร์ถึงกับเอ่ยปากว่าจะซื้อเองงั้นหรือ
ฟางซื่อรีบพูดหว่านล้อม “เจียวเอ๋อร์ แม่รู้ว่าเครื่องประทินผิวขายได้เงินเยอะ แต่เรื่องนี้มันเร่งรีบเกินไป แม่ไม่อยากให้เจ้าเหนื่อย”
คิดดูแล้ว เจียวเอ๋อร์คงอยากจะทำเครื่องประทินผิวออกมาขายทีเดียวจำนวนมาก สี่พันตำลึงต้องขายเครื่องประทินผิวคุณภาพดีให้ได้ถึงสี่สิบกระปุก
เช่นนั้นเจียวเอ๋อร์จะต้องเหนื่อยขนาดไหนกัน แค่คิดฟางซื่อก็รู้สึกสงสารจับใจ
อวิ๋นโส่วจงก็พูดขึ้นบ้าง “ใช่แล้ว ต่อไปบ้านเราค่อยๆ ซื้อที่ดินทีละน้อยก็ได้ แม่ของเจ้าพูดถูก เจ้ายังเด็กนัก จะเหนื่อยมากเกินไปไม่ได้!”
อวิ๋นเจียวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ท่านแม่ ไม่ใช่เครื่องประทินผิวหรอกเจ้าค่ะ แต่เป็นสบู่ผลึกแก้วต่างหาก!”
“สบู่ผลึกแก้วหรือ?” ฟางซื่อรู้อยู่แล้วว่าวันนี้อวิ๋นเจียวไปทำอะไรที่อำเภอ แต่สบู่ผลึกแก้วต่อให้จะดีเพียงใด ก็ไม่น่าจะขายได้ราคาแพงกว่าเครื่องประทินผิวกระมัง!
อวิ๋นเจียวพยักหน้า “ใช่แล้วเจ้าค่ะ สบู่ผลึกแก้ว! ทางร้านฝูหรงเซวียนให้ราคามาก้อนละห้าสิบตำลึงเงิน สี่พันตำลึง พวกเราแค่ทำสบู่ผลึกแก้วให้ได้แปดสิบก้อนก็พอแล้ว”
อวิ๋นฉี่ซานได้ยินดังนั้น ดวงตาพลันเป็นประกาย รีบพูดขึ้น “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าทำสบู่ผลึกแก้วได้ แล้วก็ไม่ยากลำบากเลยด้วย หากมีวัตถุดิบเพียงพอ