ินให้ครอบครัวยังมีอีกเยอะ!”
อวิ๋นเจียวพูดเสริม “ใช่แล้วเจ้าค่ะ พี่รอง ตอนนี้สิ่งที่ท่านต้องทำก็คือฝึกฝนฝีมือให้เชี่ยวชาญ ข้ายังมีอะไรอีกมากมายที่อยากให้ท่านช่วยทำ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อวิ๋นฉี่ซานก็มีกำลังใจขึ้นมาทันที เขามองอวิ๋นเจียวด้วยดวงตาเป็นประกาย “ตกลง เจียวเอ๋อร์วางใจเถิด พี่รองจะฝึกฝนฝีมือให้เชี่ยวชาญ หลังจากนี้หากเจียวเอ๋อร์ต้องการสิ่งใดก็แค่เอ่ยปาก พี่รองจะหาวิธีทำให้เจ้าให้ได้!”
อวิ๋นฉี่เยว่คีบหมูสามชั้นให้เขาหนึ่งชิ้นพร้อมกับเอ่ยชม “ต้องแบบนี้สิ ในบ้านเรา ข้ารับผิดชอบตั้งใจสอบเป็นขุนนาง ส่วนเจ้าก็รับผิดชอบฝึกฝนฝีมืองานช่างให้เชี่ยวชาญ”
“ข้ารับผิดชอบหาเงินเองเจ้าค่ะ!” อวิ๋นเจียวยกมือขึ้นพูดแทรกทันที
อวิ๋นฉี่เยว่ยิ้มอย่างเอ็นดู “ได้สิ เรื่องหาเงินให้บ้านเราก็ยกให้เจียวเอ๋อร์แล้ว!”
อวิ๋นโส่วจงได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ “แล้วข้ากับท่านแม่ของพวกเจ้าเล่า? หรือว่าในบ้านนี้เหลือแค่พวกเราสองคนที่ไร้ประโยชน์?”
อวิ๋นเจียวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ท่านพ่อกับท่านแม่ก็รีบๆ ให้กำเนิดน้องชายน้องสาวอีกสักคนสองคนมาให้พวกเราสิเจ้าคะ!”
ฟางซื่อได้ยินเช่นนั้นก็หน้าแดงก่ำ ส่วนอวิ๋นโส่วจงก็เอามือลูบจมูกอย่างเขินอาย
อวิ๋นฉี่ซานพูดแซว “ใช่ๆ ท่านพ่อท่านแม่ต้องให้กำเนิดน้องชายน้องส