๋นฉี่เยว่ฟัง “…ดังนั้นข้าจึงให้พี่ถังสุ่ยไปเชิญหมอมาตรวจอาการท่านปู่ถัง จากนั้นก็จดเทียบยาและอาการมาให้ข้า เพื่อที่ข้าจะได้ดูว่าในบรรดายาเม็ดที่ท่านนักพรตจากภูเขาหลงหู่ให้ข้ามานั้น พอจะมียาที่ท่านปู่ถังใช้ได้หรือไม่น่ะเจ้าค่ะ”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง แววตาของอวิ๋นฉี่เยว่เป็นประกายแฝงความรู้สึกบางอย่างที่แทบไม่อาจสังเกตเห็น ในขณะเดียวกันเขาก็ปล่อยมือจากอวิ๋นเจียว แล้วรับเทียบยามาจากถังสุ่ย ตัวอักษรบนเทียบยานั้นเขียนอย่างลวกๆ อวิ๋นเจียวอ่านไม่ออกเลยแม้แต่ตัวเดียว
แต่ว่าโชคดีที่นางมีพี่ใหญ่ที่เก่งกาจ เพียงแค่กวาดตามองคร่าวๆ เขาก็อ่านชื่อยาและปริมาณยาบนเทียบยาให้นางฟัง อวิ๋นเจียวจึงรีบจดจำไว้ในใจ
จากนั้นนางก็สอบถามอาการของท่านปู่ถังอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยว่า “พี่ถังสุ่ย เชิญนั่งรอสักครู่ ข้าขอเข้าไปหายาในห้องที่ท่านปู่ถังพอจะใช้ได้ก่อน”
กล่าวจบอวิ๋นเจียวก็รีบกลับไปที่ห้องของตน พอเข้าไปในห้องนางก็ปิดประตูทันที การกระทำเช่นนี้ของนางไม่ได้ทำให้คนตระกูลอวิ๋นรู้สึกแปลกใจ เพราะทุกคนต่างก็มีนิสัยชอบปิดประตูห้อง
แต่ในสายตาของถังสุ่ยกลับแตกต่างออกไป ในใจเขารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก เขาคิดว่ายาเม็ดของอวิ๋นเจียวต้องมีค่ามากแน่ๆ มิเช่นนั้นคงไม่ปกปิดคนในครอบครัวเช่นนี้ หากโรคของท่านปู