บนรถม้า ชุนเหมยรีบนำตั๋วเงินที่เก็บไว้ยื่นให้อวิ๋นเจียวพร้อมกับมอบกล่องใส่ทองคำแท่งให้อวิ๋นเจียวด้วย ชุนเหมยรู้สึกว่าคุณหนูของตนแม้จะยังเด็ก แต่เป็นดั่งดาวนำโชคโดยแท้ ไม่ว่านางจะทำสิ่งใดล้วนขายได้ราคาดี
อวิ๋นเจียวเก็บตั๋วเงินไว้ในถุงเงินส่วนตัว กอดกล่องใส่ทองคำแท่งไว้แนบอก จากนั้นก็เอนกายพิงชุนเหมยอย่างเกียจคร้านพลางครุ่นคิดเรื่องต่างๆ ไปด้วย
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น รถม้าก็มาถึงตรอกเล็กๆ ด้านหลังศาล อวิ๋นเจียวได้ยินเสียงดังโหวกเหวก “พี่รอง ล้วนเป็นเพราะนางผู้นี้ถูกกิเลสครอบงำ หลงเชื่อคำยุยงของผู้อื่น ถึงได้ไปแจ้งความว่าพวกท่านเป็นทาสที่หลบหนีมา!”
ทันทีที่อวิ๋นโส่วจู่พูดจบก็มีเสียงตบหน้าดังสนั่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของหลิ่วซื่อ อวิ๋นเจียวรีบเปิดม่านรถม้าขึ้นดู ก็เห็นอวิ๋นโส่วจู่ที่มีใบหน้าบวมช้ำ ตบหน้าหลิ่วซื่อที่มีใบหน้าบวมช้ำแดงก่ำไม่ต่างกันจนล้มลงไปกองกับพื้น
หลิ่วซื่อกัดริมฝีปากแน่นอย่างอดทน นางถูกอวิ๋นโส่วจู่โยนความผิดทั้งหมดมาให้ แต่นางกลับไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง สองสามีภรรยาคู่นี้ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก! อวิ๋นเจียวด่าทอในใจ
อวิ๋นโส่วจงไม่สนใจเขา พอเห็นอากุ้ยมาถึง เขาก็พาผู้ใหญ่บ้านขึ้นรถม้า ไม่แม้แต่จะชายตามองอวิ๋นโส่วจู่อีก
ผู้ใหญ่บ้านขึ้นรถม้าก่อน อ