วิ๋นเจียวรีบเอ่ยเรียก ‘ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน’ เพื่อเป็นการทักทายด้วยท่าทางน่ารัก
แต่เมื่ออวิ๋นโส่วจงขึ้นมาบนรถม้า อวิ๋นโส่วจู่กลับตามเขาขึ้นมาพร้อมทั้งยิ้มหน้าด้านๆ แต่ยังไม่ทันจะได้นั่งลง ก็ถูกอวิ๋นโส่วจงถีบร่วงลงจากรถม้าจนร่างกระแทกพื้นอย่างแรง
หลิ่วซื่อเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปประคองเขา แต่อวิ๋นโส่วจู่ที่กำลังโมโห กลับระบายความโกรธใส่หลิ่วซื่อ เขายกเท้าเตะนางจนล้มลงไปกลิ้งตลบบนพื้น หลิ่วซื่อจึงร้องไห้ออกมาทันที “พ่อเจ้า ท่านเป็นอะไรไป ไยถึงต้องมาลงกับข้าเช่นนี้”
อวิ๋นโส่วจู่กำลังมีเพลิงโทสะอัดอั้นอยู่เต็มอก พอหลิ่วซื่อพูดตำหนิเช่นนี้เข้าไปอีก เขาก็ยิ่งโกรธจนตัวสั่น ขึ้นไปนั่งคร่อมหลิ่วซื่อแล้วลงมือทุบตีนาง “นังหญิงตัวซวยอย่างเจ้า หากไม่ใช่เพราะเจ้าคอยพูดกรอกหูข้าทุกวัน ข้าจะทำเรื่องโง่เง่าเช่นนี้หรือ? หากยังกล้าพูดอีกสักคำ ข้าจะหย่ากับเจ้าเสีย!”
ผู้ใหญ่บ้านกับอวิ๋นโส่วจงเห็นดังนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า อวิ๋นโส่วจงมีสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยสั่งอากุ้ย “ไปเร็วเข้า!”
“ขอรับ นายท่าน!”
หลังจากที่รถม้าออกจากตรอกเล็กๆ ก็มีรถม้าสองคันติดป้ายร้านฝูหรงเซวียนตามมา
อวิ๋นโส่วจงกำลังรู้สึกประหลาดใจ อวิ๋นเจียวจึงรีบอธิบาย “วันนี้ข้าไปร้านฝูหรงเซวียน บังเอิญเจอกับเจ้าของร้านพอดี เขาพอใจสบู่ผลึกแก้วที่พวก