เจ้าจะขายสบู่ผลึกแก้วให้กับร้านของพวกเราเพียงร้านเดียว”
เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น อวิ๋นเจียวก็เข้าใจทันที ที่แท้ชายคนนี้ก็กลัวว่านางจะเอาสบู่ผลึกแก้วไปขายร้านอื่น ถึงมาเอาใจนางเช่นนี้นี่เอง
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หากนางยังคงปฏิเสธก็คงดูไม่น่ารัก “ตกลง ข้าสัญญากับท่าน สบู่ผลึกแก้วของพวกข้าจะขายให้กับร้านของท่านเพียงร้านเดียว แต่ว่าวันนี้พี่ใหญ่ของข้าไม่อยู่ คงยังไม่สามารถทำสัญญาได้”
ฉู่อี้ยิ้มๆ พลางโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องทำสัญญาหรอก ข้าเชื่อใจเจ้า! เพียงแต่ในภายภาคหน้า หากมีของดีๆ อะไร ไม่จำเป็นต้องเป็นประเภทเครื่องหอมหรือเครื่องประทินผิว เจ้าพอจะนำมาที่ร้านฝูหรงเซวียนให้หลงจู๊ซุนดูก่อนได้หรือไม่?”
แน่นอนว่าอวิ๋นเจียวรู้ดีว่าเขาหมายความว่าอย่างไร โดยปกติแล้วตระกูลขุนนางใหญ่โตมักจะมีธุรกิจส่วนตัวมากมาย “ตกลง หากว่ามี ข้าจะให้คนนำมาให้หลงจู๊ซุนดูก่อน”
ฉู่อี้พยักหน้าขอบคุณ พร้อมกับสั่งอวิ๋นเหนียง “ไปจัดการของพวกนั้นที่ข้านำมา แบ่งมาครึ่งหนึ่งแล้วบรรทุกใส่รถม้า ประเดี๋ยวจะได้ตามเจียวเอ๋อร์กลับไปที่ตระกูลอวิ๋น”
อวิ๋นเจียวได้แต่คิดในใจว่า เด็กหนุ่มคนนี้เรียก ‘เจียวเอ๋อร์’ จนติดปากไปแล้ว อวิ๋นเหนียงนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ในใจรู้สึกตกตะลึงอย่างมาก ซื่อจื่อนี่ท่าน…
ของพวกนั้นเป็นของที่คนอ