ื่นมอบให้เป็นของกำนัล ล้วนแต่เป็นของชั้นดีที่ซื่อจื่อรวบรวมมาจากที่ต่างๆ เพื่อเตรียมไปมอบให้เป็นน้ำใจให้พวกคนในเมืองหลวงแท้ๆ
ตอนนี้กลับให้นางเอาไปมอบให้เด็กสาวตระกูลอวิ๋นตั้งครึ่งหนึ่ง! ยิ่งไปกว่านั้น ซื่อจื่อของพวกนางยังเรียกเด็กสาวคนนี้อย่างสนิทสนมว่า ‘เจียวเอ๋อร์’
อวิ๋นเหนียงพลันรู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่า ที่ซื่อจื่อของพวกนางเอ็นดูคุณหนูน้อยผู้นี้ ไม่ใช่เพียงเพราะบุญคุณที่ช่วยชีวิตอย่างที่ซื่อจื่อกล่าวเอาไว้ เมื่อเห็นอวิ๋นเหนียงนิ่งเฉย ฉู่อี้ก็ส่งสายตาเย็นชาไปให้ อวิ๋นเหนียงสะดุ้งตกใจ รีบยิ้มเจื่อนๆ แล้วขอตัวออกไป
“บาดแผลของท่านหายดีแล้วหรือ?” หลังจากอวิ๋นเหนียงออกไป ฉู่อี้ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะลากลับ ดังนั้นอวิ๋นเจียวจึงเป็นฝ่ายเริ่มเปิดบทสนทนา
มิเช่นนั้นพวกเขาทั้งสองคนที่ไม่สนิทกัน นั่งอยู่เฉยๆ ก็คงจะรู้สึกกระอักกระอ่วน ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนบิดาของนางจะยังไม่เสร็จธุระ จึงไม่มีใครมารับนาง
“ดีขึ้นมากแล้ว ต้องขอบคุณยาของเจียวเอ๋อร์ ข้าถึงรอดชีวิตมาจากยมโลกได้” สิ่งที่ฉู่อี้พูดเป็นความจริง วันนั้นอันตรายเพียงใด ตัวเขาที่ประสบมันมาเองย่อมรู้ดี
เมื่อได้ยินเขาพูดถึงเรื่องยา อวิ๋นเจียวจึงได้แต่กุเรื่องต่อ “ตอนนั้นท่านนักพรตบอกข้าว่า ยาที่ให้ข้ามาห้ามเก็บไว้ใช้คนเดียว ยาของเขามีวันหมดอ