คำตอบของอวิ๋นโส่วเย่าทำเอาทุกคนตกตะลึง ทุกคนคิดว่าเขาคงเสียสติไปแล้ว ที่ดินสองหมู่ ในบ้านมีแรงงานชายเพียงคนเดียว เขาจะหาเงินสิบตำลึงเงินมาจากไหนกัน?
ส่วนครอบครัวของอวิ๋นโส่วจงกลับมองอวิ๋นโส่วเย่าด้วยความชื่นชม คาดไม่ถึงเลยว่าน้องสาม (ลุงสาม) ผู้เงียบขรึมคนนี้ จะกล้าตัดสินใจเช่นนี้
รู้จักฉวยโอกาส และกล้าตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขาเป็นคนฉลาด ยิ่งไปกว่านั้นนับตั้งแต่ครอบครัวของพวกเขาย้ายกลับมาจากเมืองหลวง บ้านสามก็แสดงความเป็นมิตรต่อพวกเขามาโดยตลอด
อวิ๋นเจียวคิดว่าในอนาคต หากครอบครัวของนางมีกำลังทรัพย์มากพอ ก็สามารถช่วยเหลือบ้านสามได้
เมื่อเห็นว่าบิดายังคงลังเล อวิ๋นฉี่ชิ่งกับอวิ๋นฉี่เสียงก็ร้อนรนใจ “ท่านพ่อ บ้านท่านอาสามมีแรงงานชายเพียงคนเดียว เขายังกล้ารับปาก บ้านเรามีแรงงานชายตั้งสามคน เหตุใดถึงไม่กล้ารับปากเล่า?”
“ใช่แล้วท่านพ่อ หากที่ดินไม่พอพวกเราก็เช่าที่ดินของคนอื่นมาทำกินได้ หากเงินไม่พอข้ากับพี่ใหญ่ก็เข้าไปหางานทำในตำบลได้ ค่าแรงของพวกเรารวมกัน ปีหนึ่งเก็บเงินสิบตำลึงเงินจะไม่ได้เลยหรือ?”
อวิ๋นโส่วกวงมองลูกๆ ทั้งสองคนด้วยแววตารู้สึกผิด ก่อนจะหันไปมองจ้าวซื่อ
จ้าวซื่อก็เอ่ยชักชวนด้วยความคาดหวังเช่นกัน “พ่อเจ้า ลูกพูดถูกแล้ว ข้าก็สามารถรับงานซักผ้าจากบ้านเศรษฐีได้ ปีหนึ่งสิบตำ