ลึงเงิน พวกเราประหยัดหน่อย ยังไงก็คงเก็บรวบรวมได้ครบ”
ที่สำคัญคือต่อให้ลำบากยากจนแค่ไหน ครอบครัวของพวกเขาก็ได้ใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่ต้องถูกใครกดขี่ข่มเหงอีกต่อไปแล้ว
อวิ๋นโส่วจงพูดกระตุ้นอวิ๋นโส่วกวงอีกครั้ง “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้กับพวกเด็กๆ พูดถูกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หากลำบากจริงๆ พี่ยังมีข้าเป็นน้องชายอยู่ทั้งคน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ในที่สุดอวิ๋นโส่วกวงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขากัดฟันกรอด ก่อนจะตัดสินใจ “ท่านพ่อ ทำตามที่ท่านพูดก็แล้วกัน!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นไม่คิดเลยว่าบุตรชายทั้งสองคนของตนจะยืนกรานที่จะแยกบ้านกันอย่างเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ จึงได้แต่เอ่ยด้วยความผิดหวังว่า “เอาล่ะ เช่นนั้นก็เขียนสัญญาแยกบ้านกันเลย!”
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยขึ้น “ถ้าเช่นนั้น ขอเชิญผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูลเข้าไปนั่งข้างในเถิด พวกเราเข้าไปเขียนสัญญาในห้องโถงกัน ฉี่เยว่ เจ้าเป็นคนเขียน”
อวิ๋นฉี่เยว่ตอบรับอย่างสงบ “ขอรับ ท่านพ่อ!”
ทุกคนเดินเข้าไปที่ห้องโถงของบ้านอวิ๋นโส่วจง เถาซื่อก็เดินตามมาติดๆ แต่อวิ๋นเจียวกลับปล่อยให้เสี่ยวไป๋ลงจากมือ
เสี่ยวไป๋ยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูบ้าน แยกเขี้ยวขู่คำรามด้วยเสียงต่ำ เถาซื่อที่ใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผลจึงไม่กล้าก้าวเท้าเข้าไปอีกแม้แต่ก้าวเดียว การที่นางถูกสุนัขตัวเล็กๆ ข่มขู่เช่