อนนี้จะให้พวกเขาไปหาเงินสิบตำลึงเงินมาจากที่ใดกัน?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นหน้าแดงก่ำ นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ชื่อเสียงของเขาที่ชอบกดขี่ข่มเหงลูกหลานคงแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านแล้ว
“ท่านพ่อ งั้นก็เอาเช่นนี้เถิด เงินค่าเลี้ยงดูของบ้านพี่ใหญ่กับบ้านสามปีนี้ก็หักจากเงินค่ารถม้าก็แล้วกัน”
“ตอนแรกว่าจะหักเงินค่ารถม้าหกปี ตอนนี้รวมกับเงินค่าเลี้ยงดูของบ้านพี่ใหญ่กับบ้านสาม ก็หักไปอีกสามปีก็แล้วกัน” อวิ๋นโส่วจงชิงพูดขึ้นก่อนที่ผู้เฒ่าอวิ๋นจะตอบคำถามของหัวหน้าตระกูล
ภายใต้สายตาของผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูล ผู้เฒ่าอวิ๋นได้แต่พยักหน้า “งั้นทำตามที่เจ้าพูดก็แล้วกัน ขอให้หัวหน้าตระกูลกับผู้ใหญ่บ้านเป็นพยานให้พวกเราด้วย”
ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้า “เอาล่ะ พวกเราจะเป็นพยานให้ วางใจเถอะ!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “เช่นนั้นข้ากลับก่อนแล้ว เจ้ารอง พรุ่งนี้อย่าลืมไปพาน้องสี่ของเจ้าออกมาจากศาลาว่าการ เรื่องนี้เจ้าสัญญากับพ่อต่อหน้าทุกคนแล้วนะ”
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยขึ้น “ท่านพ่อ ท่านวางใจเถิด พรุ่งนี้ข้าจะไปอธิบายเรื่องราวให้ชัดเจนที่ศาลาว่าการ ส่วนทางศาลาว่าการจะปล่อยตัวหรือไม่… ข้าคงทำได้แต่พยายามอย่างเต็มที่เท่านั้น”
คำพูดของอวิ๋นโส่วจงถูกต้องแล้ว จะอย่างไรเขาก็ไม่ใช่นายอำเภอ เรื่องของศาลาว่าการ เขาตัดสิน