รุ่นคิด พี่รองของเขาคนนี้ เขาชักจะดูไม่ออกแล้วสิ
ผู้เฒ่าอวิ๋นตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขารีบเอ่ยขึ้น “เจ้ารอง พ่อรู้ว่าเจ้าได้รับความไม่เป็นธรรม ไม่ต้องห่วง พอเจ้าสี่กลับมา พ่อจะให้มันมาโขกหัวขอโทษเจ้า”
อวิ๋นเจียวเย้ยหยัน โขกหัวขอโทษหรือ? ใครอยากได้กันเล่า?
อวิ๋นโส่วจงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เรื่องกราบขอโทษนั้นไม่จำเป็นแล้ว แต่ว่าท่านพ่อ ข้ายังมีข้อแม้อีกหนึ่งข้อ หากท่านยอมตกลง พรุ่งนี้ข้าก็จะไปที่ศาลาว่าการ หากท่านไม่ตกลงก็ถือเสียว่าข้ามิได้พูดประโยคนั้นออกไป”
ผู้เฒ่าอวิ๋นชะงักไปชั่วขณะ “ข้อแม้อันใด?”
อวิ๋นโส่วจงชี้ไปที่ครอบครัวอวิ๋นโส่วกวง “อนุญาตให้ครอบครัวพี่ใหญ่แยกบ้าน!”
“อะไรนะ? เจ้ามีสิทธิ์อะไร? คนนอกอย่างเจ้าจะมายุ่งเรื่องของตระกูลอวิ๋นได้อย่างไร?” ทันทีที่อวิ๋นโส่วจงพูดจบ เถาซื่อที่สงบปากสงบคำอยู่ครู่หนึ่งก็โวยวายขึ้นมาอีกครั้ง
“น้องรอง…” อวิ๋นโส่วกวงหันขวับไปมองอวิ๋นโส่วจง เขาไม่คิดเลยว่าอวิ๋นโส่วจงจะเอ่ยปากขอเช่นนี้กับบิดาของเขา
ส่วนจ้าวซื่อก็มองอวิ๋นโส่วจงอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา แววตาทั้งสองข้าง แม้ในยามค่ำคืนก็ยังคงเปล่งประกายแห่งความปรารถนา
อวิ๋นโส่วจงไม่สนใจเถาซื่อ แต่หันไปมองอวิ๋นโส่วกวง พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “พี่ใหญ่ อวิ๋นโส่วจู่ตั้งใจจะทำร้ายครอบครัวของ