แคล่ว แล้วพุ่งเข้ามากัดอีกครั้ง
รอบนี้เสี่ยวไป๋กัดข้อมือของเถาซื่อแน่น ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เถาซื่อสะบัดไม่หลุด ใบหน้าที่อาบไปด้วยเลือดได้แต่กรีดร้องโหยหวน
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินเสียงกรีดร้องของเถาซื่อจึงรู้สึกตัว รีบหันไปบอกอวิ๋นโส่วจงว่า “เจ้ารอง รีบลากลูกสุนัขของเจ้าออกไป”
สายตาของอวิ๋นโส่วจงมองข้ามผู้เฒ่าอวิ๋นไป เมื่อเห็นอากุ้ยพาคนมาถึง เขาจึงเดินเข้าไปอุ้มเสี่ยวไป๋ขึ้นมา ลูบหัวมันเบาๆ เพื่อปลอบประโลม สักพักเสี่ยวไป๋จึงยอมอ้าปาก
อวิ๋นฉี่ซานรีบวิ่งเข้าไปรับเสี่ยวไป๋จากมืออวิ๋นโส่วจง แล้วรีบยัดเนื้อสามชั้นเข้าไปในปากของมัน นี่คือเนื้อที่เขาแอบวิ่งกลับไปหยิบที่ห้องครัว พี่ใหญ่บอกว่าพรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วจะซื้อเนื้อมาให้มัน งั้นเขาก็ให้มันคืนนี้เลยแล้วกัน!
พอเสี่ยวไป๋ได้กินเนื้อ ก็ดิ้นไปมาในอ้อมกอดของอวิ๋นฉี่ซานอย่างกระวนกระวาย เงยหน้าเล็กๆ ขึ้น ดวงตากลมโตสีดำสนิทจ้องมองอวิ๋นเจียวไม่วางตา พลางส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคออย่างออดอ้อน
อวิ๋นเจียวรับมันมาจากอ้อมกอดของอวิ๋นฉี่ซาน มันเอาหัวถูไถไปมาในอ้อมแขนของนาง ก่อนจะซุกหัวลงบนอกของนาง ดวงตาดุดันจ้องมองเถาซื่ออย่างระแวดระวัง
“ข้าไม่ทนแล้ว! เจ้ารองตั้งใจจะฆ่าข้า! ท่านเทพเจ้าเบื้องบน ตระกูลอวิ๋นทำกรรมอันใดไว้กันแน่ ถึงได้มีลูกหลานอกตัญญูเ