“เสี่ยวไป๋!” อวิ๋นเจียวลูบหัวสุนัขตัวน้อยด้วยความเอ็นดู พลางตั้งชื่อให้มัน เจ้าตัวน้อยส่งเสียงครางในมือของอวิ๋นเจียว แล้วเลียมือของนางด้วยลิ้นเปียกๆ ทำให้อวิ๋นเจียวหัวเราะชอบใจ
ฟางซื่อเรียกทุกคนเข้าไปกินข้าวในบ้าน หลังจากกินข้าวเสร็จ อวิ๋นเจียวก็หาชามใบใหญ่มาใส่แป้งที่แช่น้ำแกงเนื้อ แล้วใส่เนื้อลงไปอีกสองสามชิ้น คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำไปให้เสี่ยวไป๋กิน
ไม่นึกเลยว่าเจ้าตัวน้อยจะกินเก่งขนาดนี้ ครู่เดียวก็กินหมดแล้ว แถมยังเลียชามจนสะอาดเอี่ยม
หลังจากกินข้าวเสร็จ เสี่ยวไป๋ก็วิ่งเล่นไปทั่วลานบ้านและฉี่ใส่ตามจุดต่างๆ อวิ๋นเจียวรู้ดีว่านี่เป็นสัญชาตญาณของสัตว์ เพื่อกำหนดอาณาเขตของตัวเอง
หลังจากที่ฟางซื่อกับชุนเหมยเก็บกวาดห้องครัวเสร็จ และกลับเข้าไปในห้อง นางจึงเอ่ยถึงเรื่องของอวิ๋นโส่วจู่ เนื่องจากอวิ๋นเจียวกับอวิ๋นฉี่ซาน ก็ประสบเหตุการณ์นี้มาด้วยกัน ฟางซื่อจึงให้พวกเขาอยู่ฟังด้วย
ต่อให้ฟางซื่อเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีคลื่นอารมณ์ใดๆ แต่อวิ๋นโส่วจงกับอวิ๋นฉี่เยว่ต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ
“ทาสหลบหนี! พวกเขาก็ช่างกล้าคิดจริงๆ!” อวิ๋นโส่วจงกำหมัดแน่น ทุบลงบนโต๊ะอย่างแรง ดวงตาทั้งสองข้างเหมือนจะมีไฟลุกโชน
“ก็นั่นน่ะสิ เถาซื่อชอบด่าว่าคนอื่นใจร้ายใจดำ