้ำหนักได้ร้อยกว่าหรือสองร้อยจินก็ถือว่าไม่เลวแล้ว หลังจากผ่านฤดูหนาวมา หมูป่าตัวนี้ยังคงหนักสามร้อยจิน ซึ่งสามารถอธิบายได้เพียงอย่างเดียวคือ หมูป่าตัวนี้แข็งแกร่งเกินธรรมดา!
อวิ๋นโส่วจงรับผ้าขนหนูอุ่นๆ ที่ฟางซื่อยื่นให้มาเช็ดมือ จากนั้นก็ลูบหัวอวิ๋นเจียวเบาๆ พลางยิ้มด้วยความปลาบปลื้มใจ “เจียวเอ๋อร์ไม่ต้องเป็นห่วง พ่อไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร” ได้รับความห่วงใยจากลูกสาวเช่นนี้ อวิ๋นโส่วจงรู้สึกว่าหวานล้ำยิ่งกว่าดื่มน้ำผึ้งเสียอีก
ถังสุ่ยแอบมองอวิ๋นเจียวอยู่ตลอดเวลา นอกจากไก่ฟ้าและกระต่ายป่าที่แขวนอยู่บนตัวแล้ว ในอ้อมแขนของเขายังอุ้มลูกสุนัขสีขาวราวหิมะอยู่อีกหนึ่งตัว
อวิ๋นฉี่เยว่เดินเข้ามาหา ดึงอวิ๋นเจียวหลบไปอยู่ข้างหลังอย่างแนบเนียน กั้นกลางระหว่างนางกับถังสุ่ย เด็กหนุ่มคนนี้มองน้องสาวเขาด้วยสายตาแปลกๆ อวิ๋นฉี่เยว่ไม่ชอบใจเป็นอย่างยิ่ง
“ครั้งนี้ต้องขอบคุณสุ่ยหยาจื่อ หากไม่มีลูกธนูพิฆาตของเขา พ่อคงได้รับบาดเจ็บไปแล้ว”
จากนั้นอวิ๋นโส่วจงก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “แม่เจียวเอ๋อร์ เจ้าไปทำกับข้าวอีกสองสามอย่าง คืนนี้ให้สุ่ยหยาจื่ออยู่กินข้าวที่นี่ด้วยกัน”
ฟางซื่อรับคำทันที “เจ้าค่ะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ถังสุ่ยรีบโบกมือปฏิเสธ “ป้ารองไม่ต้องลำบากแล้วขอรับ ท่านปู่ของข้ายังรอข้าอยู่ที่บ้าน ข้าต้องรีบกลับไปทำอาหารเย็