อวิ๋นเจียวแอบเปิดซองกระดาษใบเล็กที่เพิ่งซื้อมาจากเถาเป่า โรยผงในซองกระดาษไปด้านหลังเนินดินเล็กๆ จากนั้นก็รีบเบียดเข้าไปในกลุ่มคน กลับไปยืนอยู่ด้านหลังชุนเหมย
“โอ๊ย… นี่มันอะไรเนี่ย คันจังเลย!” อวิ๋นโส่วจู่กับหลิ่วซื่อที่อยู่ด้านหลังเนินดินร้องเสียงหลงพร้อมกับกระโดดขึ้นลงพลางเกาแขนเกาหน้าไม่หยุด และกระทืบเท้าไปมาอยู่กับที่
ผงสีบางส่วนถูกสะบัดออกร่วงลงบนพื้น แต่ก็ยังมีบางส่วนร่วงลงไปตามคอเสื้อของพวกเขา เข้าไปตามเสื้อชั้นใน คราวนี้ไม่ใช่แค่ใบหน้าและศีรษะที่คัน แต่ทั้งตัวก็เริ่มคันไปหมด ทั้งสองคนเกาอย่างลนลาน การกระทำนี้ดึงดูดสายตาของทุกคน
ในตอนนั้นเอง ผู้เฒ่าเฉียวก็พาผู้อาวุโสของตระกูลอวิ๋นมาด้วย นอกจากพี่ชายแท้ๆ ของผู้เฒ่าอวิ๋นแล้ว อีกสามคนเป็นญาติห่างๆ ของผู้เฒ่าอวิ๋น ผู้เฒ่าเฉียวกลัวว่าฟางซื่อและเด็กๆ จะเสียเปรียบ จึงไม่ทันได้ตามคนมาเยอะ รีบพาผู้อาวุโสของตระกูลอวิ๋นมาคนเดียว
“สะใภ้โส่วจง นี่คือลุงสองของเจ้า นี่คืออาสี่ อาห้า อาเจ็ด และอาสิบเอ็ดของเจ้า”
ผู้อาวุโสของตระกูลอวิ๋นมองอวิ๋นโส่วจู่กับภรรยาที่อยู่ในสภาพน่าสมเพช เมื่อได้ยินผู้เฒ่าเฉียวแนะนำพวกเขาจึงหันมามองฟางซื่อกับลูกๆ
ฟางซื่อรีบค้อมศีรษะให้พวกเขา “ฟางซื่อตระกูลอวิ๋น ขอคารวะท่านลุงสอง ท่านอาสี่ ท่านอาห้า