เอ่ยขึ้น “หากท่านเจ้าหน้าที่กลัวว่าพวกเขาจะหนีไป เช่นนั้นก็ให้คนหนึ่งอยู่ที่นี่ อีกคนหนึ่งให้พวกข้าขับเกวียนวัวไปส่งที่ศาลาว่าการอำเภอเพื่อตรวจสอบ จะไม่ทำให้ท่านเจ้าหน้าที่เสียเวลาแน่นอน หลานสะใภ้ของข้าและพวกเด็กๆ เป็นสตรี อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานว่าพวกเขากระทำความผิด ท่านเจ้าหน้าที่ทั้งสองจับพวกเขากลับไปที่ศาลาว่าการอำเภอก็ดูไม่เหมาะสมนัก”
เจ้าหน้าที่ทั้งสองได้ยินดังนั้นก็คิดว่าสมเหตุสมผล เพียงแต่ผู้แจ้งความยืนกรานว่าพวกเขาเป็นทาสที่หลบหนีมา แถมยังยินดีเป็นพยาน ที่สำคัญคือตอนนี้พวกเขาหาทางลงไม่ได้! ดังนั้นสายตาของทั้งสองคนจึงมองไปที่คู่สามีภรรยาอวิ๋นโส่วจู่กับหลิ่วซื่อที่กำลังเกาอย่างบ้าคลั่ง จนมีรอยเลือดบนใบหน้าและมือ
อวิ๋นเจียวดึงแขนเสื้อของอวิ๋นฉี่ซาน ส่งสัญญาณให้เขาก้มหน้าลง จากนั้นก็กระซิบข้างหูเขาสองสามคำ อวิ๋นฉี่ซานแอบยิ้มให้นาง ก่อนจะหันไปคำนับเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนแล้วเอ่ยถามว่า “ขอถามท่านเจ้าหน้าที่ทั้งสอง ผู้ที่แจ้งความคือใครหรือขอรับ?”
เจ้าหน้าที่ร่างอ้วนชี้ไปที่อวิ๋นโส่วจู่ “ก็เขาไง!”
อวิ๋นเจียวยิ้มเยาะ นางเดาไม่ผิดจริงๆ!
หากไม่ใช่พวกเขาที่แจ้งความ พวกเขาจะมาแอบทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่หลังเนินดินทำไมเล่า? ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้นางเห็นพวกคนที่ยุยงปลุกปั่น ต่างก็มองไปท