้
รัมกุยเนสเช็ดน้ำตาและลูบไปที่หัวของเสือขาวอย่างอ่อนโยน นางพูด “ลูกข้า พวกเราไปกันเถอะ เทือกเขาครอสไม่ใช่ที่ซึ่งพวกเราทั้งสองจะสามารถอยู่ได้” นางหันไปที่เจี้ยนเฉินในขณะที่นางพูดและโค้งอย่างสุภาพไปที่เขา “ท่านผู้มีพระคุณ ขอบคุณที่ทำให้พวกเราแก้เค้นได้สำเร็จ จากนี้เป็นต้นไป ข้ารัมกุยเนสจะทำงานให้ท่านผู้มีพระคุณตลอดไป”
เจี้ยนเฉินรีบช่วยให้รัมกุยเนสลุกขึ้นมาแล้วพูด “ได้โปรดอย่าทำแบบนั้นเลย ข้าเป็นสหายสนิทกับเสี่ยวไป๋ มันเป็นเรื่องที่ข้าควรจะทำอยู่แล้วในการช่วยสหาย และข้าก็ยังเป็นศัตรูกับราชาเสืออีก ดังนั้นข้าก็เลยช่วยท่านในการแก้แดค้นในครั้งนี้ ได้โปรอย่างเรียกข้าว่าผู้มมีพระคุณเลย เรียนข้าว่าเจี้ยนเฉินก็พอ”
“ท่านผู้มีพระคุณ ข้าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร ? ข้าเผชิญกับความตายที่ใกล้เข้ามาในตอนนั้น และถ้าท่านผู้มีพระคุณไม่ได้เอาลูกของข้าไปในตอนนั้น เขาอาจจะไม่มีชีวิตอยู่มาจนถึงวันนี้ อีกทั้งท่านยังช่วยชีวิตข้า ความมีน้ำใจของท่านต่อพวกเราทั้งสองนั้นยิ่งใหญ่จนข้าไม่สามารถทดแทนได้ทั้งชีวิต” รัมกุยเนสพูดออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
การกระทำของรัมกุยเนสทำให้เจี้ยนเฉินปวดใจ หลังจากที่ลังเลเล็กน้อยเขาก็พูดออกมา “ผู้อาวุโส พวกเราอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้กันเลย ไปจากที่นี่กันเถอะ”
ครั้งนี้ รัมกุยเนสไม่ได้พูดอะไร นางเดินไปที่ชายแดนของเทือกเขาครอสพร้อมกับเจี้ยนเฉินและเสือขาว
ราชาเปิงไม่สามารถเงียบเฉยอยู่ได