คำพูดของหลิ่วซื่อราวกับสายฟ้าฟาด ทำให้ดวงตาของอวิ๋นโส่วจู่เป็นประกาย เขาตบสะโพกของหลิ่วซื่ออย่างแรง ตื่นเต้นจนแทบกระโดด “ใช่แล้ว ทาสที่หนีออกมา ต้องเป็นทาสที่หนีออกมาแน่! ข้าเคยได้ยินมาว่าทาสในบ้านเศรษฐีที่ซื้อมา พออายุถึงก็จะได้มีคู่ครองเป็นสาวใช้ พอมีลูก ลูกก็กลายเป็นทาสด้วย! หึ เป็นแค่ครอบครัวทาส จะมาทำวางท่าทำไมกัน?”
“ไม่แปลกใจเลย ที่พวกมันต้องย้ายจากเมืองหลวงกลับมา ที่แท้ก็เป็นเพราะหนีกลับมานี่เอง! เงินทองของพวกมัน ไม่แน่ว่าอาจจะขโมยเจ้านายเก่ามา! รวมถึงรถม้าคันนั้นด้วย ต้องเป็นของที่ขโมยมาแน่!”
“แถมยังมีบ่าวชายกับสาวใช้พวกนั้นอีก ต้องแอบพาหนีออกมาด้วยเป็นแน่! ดีจริงนะอวิ๋นโส่วจง เป็นแค่ทาสที่หนีออกมา ยังกล้ามาทำอวดเบ่งใส่ข้า! ข้าจะไปที่ศาล ไปแจ้งความว่ามันเป็นทาสที่หนีออกมา! ได้ยินมาว่าหากแจ้งเบาะแสทาสที่หนีออกมา จะมีรางวัลให้ หากเจ้านายใจกว้าง ไม่แน่ว่าอาจจะให้รางวัลเป็นเงินแปดสิบหรือร้อยตำลึงเงินเลยก็ได้”
เห็นอวิ๋นโส่วจู่ตื่นเต้นจนตัวสั่น หลิ่วซื่อจึงเอ่ยถามว่า “เรื่องนี้จะบอกท่านแม่หรือไม่?”
อวิ๋นโส่วจู่รีบตอบ “ไม่ บอกท่านแม่ไม่ได้ หากบอกท่านแม่แล้ว เงินรางวัลนั่นคงไม่เป็นของพวกเราแน่!”
หลิ่วซื่อคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นด้วย หากเงินตกไปอยู่ในมือเถาซื่อ ก็คงถูกโย