ทุกคนในบ้านรีบลุกขึ้นยืน ทันใดนั้นก็เห็นผู้เฒ่าอวิ๋นเดินมือไพล่หลังเข้ามาในห้องโถง อวิ๋นเจียวตาไวสังเกตเห็นว่าในมือของผู้เฒ่าอวิ๋นว่างเปล่าไม่ได้ถือกล้องยาสูบที่ไม่เคยห่างกายเอาไว้
เด็กๆ “ท่านปู่!”
อวิ๋นโส่วจง “ท่านพ่อ!”
ฟางซื่อ “ท่านพ่อ เชิญนั่งเจ้าค่ะ ชุนเหมย ไปหยิบชามตะเกียบมาเพิ่มให้ท่านพ่ออีกชุด”
แม้ว่าเมื่อคืนจะทะเลาะกันจนแยกย้ายกันไปด้วยความไม่พอใจ แต่ผู้เฒ่าอวิ๋นก็เป็นบิดาของอวิ๋นโส่วจง และเป็นปู่ของเด็กๆ ทั้งสามคน ในฐานะลูกหลาน ก็ต้องมีมารยาทที่เหมาะสม
“พวกเจ้ากินกันไปเถอะ ไม่ต้องสนใจข้า ข้ากินข้าวมาแล้ว” ผู้เฒ่าอวิ๋นแสร้งทำเป็นมองอาหารบนโต๊ะอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพียงแค่แป้งแผ่นที่ทำจากแป้งสาลีอย่างดีในตะกร้านั้น ก็มีจำนวนพอๆ กับแป้งแผ่นที่อยู่บนโต๊ะของผู้ชายในบ้านพวกเขาแล้ว
ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือ บ้านเจ้ารองเป็นแป้งแผ่นทำจากแป้งสาลีอย่างดี ส่วนบ้านของพวกเขาเป็นแป้งแผ่นที่ทำจากแป้งหยาบ เท่านี้ยังไม่พอ บนโต๊ะของบ้านเจ้ารองยังมีกับข้าวที่ทำจากเนื้ออีกสองจาน! เจ้ารอง… ร่ำรวยจริงๆ! ผู้เฒ่าอวิ๋นพูดจบก็เดินไปนั่งที่ข้างเตียงอุ่น โบกมือให้ลูกหลานนั่งลง
หมู่บ้านไหวซู่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแคว้นต้าเยี่ย ทุกบ้านล้วนมีเตียงอุ่นก่อไว้ในห้องโถง ซึ่งทำไ