กลับมาได้สติในที่สุดเมื่อเฮยยู่พูดแบบนั้น จากนั้นเขาจึงนึกได้ว่าไม่มีใครเห็นเสี่ยวหลิงได้นอกจากนางต้องการจะให้คนคนผู้นั้นเห็น
เจี้ยนเฉินหัวเราะแห้ง ๆ และพูดกับเฮยยู่ “ผู้อาวุโส ข้ากำลังพูดอยู่กับสหายของข้า ตัวตนของสหายข้านั้นค่อนข้างพิเศษ ไม่มีใครที่จะเห็นนางได้นอกจากนางจะต้องการให้เห็น”
“เป็นแบบนั้นหรอกหรือ ? พวกเราไม่สามารถเห็นเพื่อนของเจ้าได้ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราอย่างนั้นหรือ ? ” เฮยยู่ปฏิเสธที่จะเชื่อว่ายังมีคนที่อยู่ในปัจจุบันนี้ที่มีความสามารถใกล้เคียงกับเขาแล้วยังไม่กลัวเขาอีก คนผู้นั้นคงต้องเป็นคนที่น่ากลัวมากจริงจริง
แม้แต่รุยจินยังยากที่จะเชื่อแบบนี้ เขาพึมพำในใจในขณะที่เขาเห็นว่าเจี้ยนเฉินนั้นจริงจังเพียงใด “มีการมีอยู่ที่น่ากลัวขนาดนนั้นอยู่ในโลกปัจจุบันนี้ด้วยหรือ ? “
เจี้ยนเฉินไม่สนใจรุยจินและเฮยยู่ที่ตกใจอยู่และเขาก็พูดกับเสี่ยวหลิงต่อ “มันไม่สะดวกที่จะคุยกันที่นี่ เสี่ยวหลิง พวกเราไปคุยกันที่อื่นกันเถอะ”
“เอาล่ะ ตกลง ? ” เสี่ยวหลิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง นางกำลังจะหายตัวไป แต่ตาของนางก็เบิกกว้างขึ้นมา นางปรากฏตัวข้าง ๆ เจี้ยนเฉินและสูดกลิ่นเขาอย่างแรง นางร้องออกมาทันที “พี่ใหญ่ กลิ่นของนายท่านบนตัวของท่านแรงขึ้นเรื่อย ๆ ท่านเห็นนายท่านหรือเปล่า ? หืม ? ทำไมมันถึงมีกลิ่นเหมือนนายท่านเหมือนกัน ? และกลิ่นนั้นมันแรงกว่าพี่ใหญ่อีก” เสี่ยวหลิงอึ้งในขณะที่นางชี้ไปที่เสื