ะฆ่าเจ้าก็สมควรแล้ว!”
“ท่านพ่อ… มันไม่ใช่อย่างนั้น ข้าไม่ได้ไปเที่ยวหอนางโลม เงินที่ได้จากการขายรถม้าถูกคนอื่นปล้นไปแล้ว ข้ากลัวท่านแม่โกรธจึงไม่กล้ากลับบ้าน หลายวันมานี้ข้าหลบซ่อนอยู่ข้างนอก หิวก็ไปขอทาน เหนื่อยก็ไปนอนในวัดร้าง! ท่านพ่อ… ลูกของท่านลำบากมาก! แต่วันนี้ข้าถูกม้าชนที่ในเมือง คนขับรถม้าไม่เพียงไม่ยอมชดใช้ ยังจะทำร้ายข้าอีกด้วย ต่อมาข้าเห็นลูกๆ ทั้งสามคนของน้องรองลงมาจากรถม้า จึงรีบไปขอความช่วยเหลือจากพวกเขา แต่ใครจะไปคิดว่า พวกเขากลับบอกว่าน้องรองไปแจ้งความที่ศาลาว่าการของอำเภอแล้ว ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทางการกำลังตามจับข้าอยู่! ท่านพ่อ ช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากถูกเนรเทศ หากถูกเนรเทศ ข้าต้องตายระหว่างทางเป็นแน่!”
อวิ๋นโส่วจู่พูดไปร้องไห้ไป ดูน่าสงสารยิ่งนัก สามพี่น้องอวิ๋นเจียวได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก ท่านอาสี่โยนความผิดให้คนอื่นได้คล่องแคล่วจริงๆ
“พี่สาม พี่สี่ น้องเจียวเอ๋อร์ ท่านอาสี่โกหก!” อวิ๋นหลานเอ๋อร์พูดอย่างหนักแน่นด้วยแววตาที่เชื่อมั่นในตัวพวกเขา
อวิ๋นฉี่ซานพยักหน้า “เขาพูดโกหกอยู่แล้ว ตอนเที่ยงที่ในอำเภอ เขาถูกคนอื่นไล่ตะเพิดออกมาเหมือนหมาตกน้ำ จากนั้นก็แสร้งทำเป็นบาดเจ็บเพื่อขูดรีดเงินจากสารถีที่พวกเราจ้างมา”
อวิ๋นเจียวรู้สึกว่า อวิ๋นหลานเอ๋อร์นอกจากจะสก