“ท่านแม่… พี่ใหญ่ทำงานหนักช่วยเหลือที่บ้านมาตลอด ไยท่านถึงพูดจาทำร้ายจิตใจกันเช่นนี้เล่า?” อวิ๋นโส่วเย่าทนมองต่อไปไม่ไหว เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าขมวดคิ้ว
ก่อนหน้านี้ตอนที่บิดาสลบ เขาก็ตกใจมาก จึงรีบจะไปตามหมอทันที แต่กลับถูกมารดาของเขาขัดขวางไว้ ตอนนั้นเขาก็รู้แล้วว่าบิดาของเขาแสร้งทำเป็นสลบ แต่ตอนนี้ดูสิว่านางพูดอะไรกับพี่รอง!
“ไอ้ลูกอกตัญญู! เจ้าเป็นลูกที่เกิดจากท้องข้าจริงๆ ใช่ไหม?”
อวิ๋นโส่วจงมองผู้เฒ่าอวิ๋นที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาเย็นชา ยิ่งเห็นขนตาของเขาสั่นไหว หัวใจที่เย็นชาอยู่แล้วบัดนี้ก็ยิ่งเหมือนถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนา เดิมทีเขาคิดว่าตนเองจากบ้านไปนานถึงยี่สิบปี เมื่อกลับมาก็ควรจะกตัญญูต่อบิดาผู้ให้กำเนิด
ไม่คิดเลยว่า… จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าตนเองช่างโง่เขลา ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอวิ๋นเจียชางได้ขาดสะบั้นลงไปตั้งแต่ยี่สิบปีก่อนแล้ว นับแต่นี้ไป สิ่งที่เขามีต่ออวิ๋นเจียชางก็มีเพียงความรับผิดชอบต่อบุพการีเพียงเล็กน้อยที่สังคมกำหนดให้เท่านั้น!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ อวิ๋นโส่วจงจึงมองเถาซื่อด้วยสายตาเย็นชา เอ่ยถามว่า “เช่นนั้นท่านต้องการอย่างไร?”
แม้แต่คำว่า ‘ท่านแม่’ ก็ไม่เอ่ยออกจากปากแล้ว เถาซื่อพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ง่ายมาก จ่ายเงินมาหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ข้าก็จะไม่เอาเรื่อง ม