รงตัวไม่อยู่
ตอนนี้คนที่ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง แท้จริงแล้วคืออวิ๋นโส่วจู่ หากผู้ใหญ่บ้านไปบอกหัวหน้าตระกูล เช่นนั้นเขาก็แย่แน่! อีกอย่างผู้ใหญ่บ้านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?
“พี่รอง ข้าผิดไปแล้ว พี่รอง ข้าไม่น่าหลงผิดจนพูดโกหกเลย แต่เงินถูกปล้นไปจริงๆ นะ!” ต่อให้เขาถูกตีตาย ก็ไม่มีทางยอมรับว่าเอาเงินไปใช้ที่หอนางโลม
เมื่อเห็นว่าอวิ๋นโส่วจงไม่สนใจเขา เขาก็คุกเข่าลงตรงหน้าอวิ๋นโส่วจงทันที ความเร็วและการเปลี่ยนสีหน้าของเขานั้น ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก! จากนั้นเขาก็หันไปมองผู้เฒ่าอวิ๋นพลางร้องไห้ฟูมฟาย “ท่านพ่อ ช่วยข้าขอร้องน้องรองที รถม้าคันนั้นท่านแม่เป็นคนบอกให้ข้าขายเองนะ!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ยขึ้น “เจ้ารอง เจ้าไม่ได้สัญญากับข้าแล้วหรือว่าจะไม่เอาเรื่องรถม้า อีกอย่างพวกเราตกลงกันแล้วว่าจะหักเงินค่ารถม้าจากเงินที่เจ้าให้ข้าทุกปีไม่ใช่หรือ?”
เถาซื่อได้ยินคำว่า ‘เงิน’ ก็รีบลุกขึ้นยืนทันที ตะโกนเสียงแหลมว่า “เจ้านี่นะตาแก่ เจ้าพูดอะไร? หักจากเงินที่มันให้เจ้าทุกปีอะไรกัน?”
ตอนนั้นอวิ๋นโส่วจงสัญญากับนางต่อหน้าว่า จะให้เงินผู้เฒ่าอวิ๋นปีละสิบตำลึงเงิน หากหักเงินค่ารถม้าจากเงินก้อนนี้ เช่นนั้นก็หมายความว่าหกปีนี้อวิ๋นโส่วจงจะไม่ให้เงินพวกเขาแม้แต่อีแปะเดียวงั้นหรือ?
“ก็เงินค่ารถม