และผ้าเนื้อดีสองพับเป็นค่าเล่าเรียน ตกลงที่จะสอนวิชาให้อวิ๋นฉี่ซาน
อวิ๋นฉี่ซานดีใจมาก รีบตกลงกับตาเฒ่าเฉียวว่าจะจ่ายค่าเล่าเรียนเหมือนกับสำนักศึกษาเอกชน โดยจ่ายทุกภาคการศึกษา จากนั้นหากที่บ้านไม่มีธุระสำคัญ อวิ๋นฉี่ซานจะไปเรียนวิชาที่บ้านตาเฒ่าเฉียวทุกวันตั้งแต่ ยามเซิน [1] หนึ่งเค่อ [2] ถึงยามโหย่ว [3] ห้าเค่อ
ทั้งสองครอบครัวตกลงกันว่า ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปอวิ๋นฉี่ซานจะเริ่มเรียนวิชากับตาเฒ่าเฉียว ตาเฒ่าเฉียวดีใจมาก จึงอยากจะเลี้ยงอาหารทั้งสองพ่อลูก แต่อวิ๋นโส่วจงกับอวิ๋นฉี่ซานเป็นห่วงคนทางบ้าน จึงปฏิเสธคำเชิญของตาเฒ่าเฉียว แล้วรีบตรงกลับบ้าน
หลังจากกลับถึงบ้าน ทุกคนกำลังนั่งล้อมโต๊ะเตรียมทานอาหารเย็น ก็มีคนจากบ้านตระกูลอวิ๋นมาหา คนที่มาก็คืออวิ๋นหลานเอ๋อร์ ลูกสาวคนเล็กของอวิ๋นโส่วเย่า น้องชายคนที่สามของบ้านตระกูลอวิ๋น นางรีบร้อนวิ่งมา ตอนที่ชุนเหมยพาเข้ามาในห้องโถงก็ยังหอบหายใจหนักอยู่
แต่ทันทีที่เห็นอาหารบนโต๊ะ ดวงตาก็แทบจะหลุดออกมา อวิ๋นเจียวได้ยินเสียงกลืนน้ำลายดังเอื๊อกของนางอย่างชัดเจน ฟางซื่อเห็นเช่นนั้น จึงหยิบแป้งแผ่นขึ้นมา แล้วใส่ไส้ที่ปรุงไว้ลงไป เตรียมจะยื่นให้อวิ๋นหลานเอ๋อร์
การผ่าแป้งแผ่นออกให้มีช่องตรงกลางนั้น เป็นความคิดของอวิ๋นเจียว แบบนี้ก็สามารถใส่อาหารที่ชอ