วเจ้าค่ะ!”
อวิ๋นโส่วจงได้ยินดังนั้นก็หน้าเคร่งเครียด รีบลุกขึ้นยืนทันที
แต่ไม่นานเขาก็นั่งลงอีกครั้ง เพียงมองไปที่อวิ๋นหลานเอ๋อร์แล้วเอ่ยถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดท่านพ่อถึงเป็นลมหมดสติไปได้?”
“…ต่อมาลุงใหญ่ก็บอกว่าจะแยกบ้าน ท่านย่าไม่ยอม ก็เลยไปตีลุงใหญ่ ลุงใหญ่ก็ไม่พูดอะไร ปล่อยให้ท่านย่าตีไป เพียงแต่ยืนกรานว่าจะขอแยกบ้าน จากนั้นลุงใหญ่ก็พาพี่ใหญ่กับพี่รองคุกเข่าต่อหน้าท่านปู่ ท่านปู่ก็เลยเป็นลมหมดสติไปเจ้าค่ะ”
อวิ๋นหลานเอ๋อร์เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังโดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว ไม่ว่าจะเป็นอวิ๋นโส่วจง ฟางซื่อ หรือลูกๆ ทั้งสามคน สีหน้าต่างดูแย่ลงเรื่อยๆ
ผู้เฒ่าอวิ๋นไม่ได้โง่เขลา แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้ ทั้งยังเข้าข้างเถาซื่อ! ส่วนเถาซื่อ ทั้งๆ ที่เป็นอวิ๋นโส่วจู่ น้องชายคนที่สี่ของบ้านตระกูลอวิ๋นที่เป็นคนก่อเรื่องขึ้นมา แต่นางกลับไปลงที่ครอบครัวของพี่ใหญ่
นิสัยของอวิ๋นโส่วกวงเป็นอย่างไร อวิ๋นเจียวเข้าใจดีจากการพบเจอกันไม่กี่ครั้งที่ผ่านมา เขาเป็นคนที่อ่อนแอและยอมคน เถาซื่อสามารถบังคับให้คนอ่อนแอและนิ่งเงียบเช่นนั้นยอมเอ่ยปากพูดคำว่า ‘แยกบ้าน’ ออกมาได้ เรียกได้ว่าความร้ายกาจไม่ธรรมดาจริงๆ
สำหรับคนที่ยึดติดกับขนบธรรมเนียมประเพณีและความกตัญญูแบบไร้เหตุผลอย่า