งเงิน ซึ่งมากกว่าราคาตลาดถึงครึ่งหนึ่ง
ในยุคสมัยนี้ แม้แต่บ้านเศรษฐีที่ดินก็ยังไม่มีข้าวเหลือเฟือ การช่วยเหลือแล้วยังได้เงินตอบแทนเช่นนี้ ผู้ใหญ่บ้านอย่างเขาย่อมยินดี ยิ่งไปกว่านั้น ในแง่ของการวางตัว อวิ๋นโส่วจงที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงมานานยี่สิบปีนั้น ดีกว่าคนในตระกูลอวิ๋นมากนัก
“ขอรับ ขอบคุณท่านลุงจางมาก!” อวิ๋นโส่วจงรีบกล่าวขอบคุณ ช่วงสองวันนี้ที่ได้พูดคุยกัน เขาก็ได้เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกผู้ใหญ่บ้านโดยไม่รู้ตัว
ตอนอยู่กันเองเรียกว่า ‘ท่านลุง’ ดูสนิทสนมกว่าเรียกว่า ‘ผู้ใหญ่บ้าน’ อันที่จริงอวิ๋นโส่วจงไม่ได้ใจกว้างโดยไร้เหตุผล การที่เขาจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ใหญ่บ้านเพิ่ม ก็เพื่อผูกมิตรกับผู้ใหญ่บ้าน เพราะครอบครัวของเขาเพิ่งมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านไหวซู่ แถมยังมีครอบครัวเดิมที่…
เนื่องจากเรื่องของอวิ๋นโส่วจู่ บรรยากาศในการกินอาหารมื้อนี้จึงไม่ค่อยดีนัก หลังจากดื่มสุราไปได้สามจอก จางต้าไห่ก็เอ่ยขึ้นว่า “หากไม่สั่งสอนอวิ๋นโส่วจู่ให้ดี ต่อไปหากเขาสร้างปัญหาใหญ่โตขึ้นมา ไม่แน่ว่าอาจพาตระกูลเดือดร้อนไปด้วย! ข้าต้องกลับไปคุยเรื่องนี้กับหัวหน้าตระกูลอวิ๋นให้รู้เรื่อง”
อวิ๋นโส่วจงถอนหายใจ “นั่นน่ะสิ ตามหลักเหตุผลแล้ว ที่บ้านก็มีบ้าน มีที่นา ควรจะมีชีวิตที่ดี แต่ท่านลุงจางดูสิ ดูว่าตอนนี้พวกเขาใช้