วพวกนี้ในเถาเป่าขายอยู่ที่ประมาณร้อยกว่าหยวนต่อกระปุก นางขายร้อยตำลึงเงินต่อกระปุก ถือว่าได้กำไรเป็นร้อยเท่าแล้ว
ต้องเข้าใจว่าหนึ่งตำลึงเงินในเถาเป่า มีค่าเท่ากับหนึ่งร้อยห้าสิบหยวน หนึ่งร้อยตำลึงเงินก็เท่ากับหนึ่งหมื่นห้าพันหยวนเลยทีเดียว อีกอย่างอวิ๋นเจียวรู้ดีว่า หากโลภมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี มีคำกล่าวว่า ‘คนไร้ความผิด หากมีหยกกลับเป็นโทษ [3] ’ หนึ่งร้อยตำลึงเงิน ร้านใหญ่ๆ อย่างร้านฝูหรงเซวียนคงไม่สนใจเท่าไรนัก
แต่ถ้าหากกระปุกละหนึ่งพันตำลึงเงินหรือหนึ่งหมื่นตำลึงเงินล่ะ? ความโลภสามารถครอบงำจิตใจคนได้ง่าย ไม่แน่ว่าอาจมีคนคิดจะแย่งชิงสูตรลับ ถึงตอนนั้นครอบครัวของพวกนางคงเดือดร้อนแน่
ส่วนเรื่องที่หนึ่งเดือนจัดหาให้เพียงสิบกระปุกนั้น เป็นความตั้งใจของอวิ๋นฉี่เยว่อยู่แล้ว เหตุผลประการแรกคือไม่อยากให้อวิ๋นเจียวเหนื่อย ประการที่สองคือของหายากย่อมมีราคาแพง ของดีแค่ไหน หากมีมากเกินไปก็ไร้ราคา
คำพูดของอวิ๋นฉี่เยว่ฟังดูจริงใจและมีเหตุผลอย่างมาก แม้ว่าอวิ๋นเหนียงจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้วก็เข้าใจได้ ของในโลกนี้ หากได้มาง่ายๆ ก็มิใช่ของดี ยิ่งไปกว่านั้นราคาที่เด็กหนุ่มแซ่อวิ๋นคนนี้เสนอมานั้น นางคิดว่ายุติธรรมมากแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น จากสิ่งที่เขาพูดแล้ว ครอบครัวของ