เมื่อเห็นหน้าอกของบิดากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง อ้อมแขนที่กอดนางก็แน่นขึ้น อวิ๋นเจียวจึงแสร้งทำเป็นเอ่ยถามอย่างไร้เดียงสา “ท่านย่า พวกเราเป็นคนตระกูลอวิ๋น ไม่ว่าอะไรก็เป็นของตระกูลอวิ๋นทั้งหมดเลยหรือเจ้าคะ?”
เถาซื่อเหลือบมองอวิ๋นเจียวอย่างเย็นชา “แน่นอนอยู่แล้ว! คนโตอย่างพ่อเจ้า ยังไม่รู้ความเท่าเด็กน้อยเช่นเจ้าเลย!”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ที่นั่งข้างๆ เถาซื่อรีบพูดแทรกด้วยดวงตาเป็นประกาย “รีบเอาปิ่นปักผมรูปผีเสื้อของเจ้ามาให้ข้า จริงสิ แล้วก็ปิ่นดอกไม้บนหัวของเจ้าด้วย!”
เถาซื่อโบกมือ “รีบไปเอาหีบเครื่องประดับของเจ้ามาให้อาของเจ้าเร็วเข้า!”
ผู้เ ฒ่าอวิ๋นหน้าแดงก่ำ เคาะกล้องยาสูบกับโต๊ะเสียงดัง “ยายแก่! มันจะมากเกินไปแล้ว! ผู้ใหญ่แย่งชิงของของเด็กแบบนี้ไม่น่าเกลียดไปหน่อยหรือ? เอาไปสักชิ้นสองชิ้นก็พอแล้ว ยังจะเอาทั้งหมดอีก!”
ได้ยินดังนั้น อวิ๋นเจียวก็ได้แต่กลอกตาไปมาในใจ จะเอาไปสักชิ้นสองชิ้นงั้นหรือ? มีสิทธิ์อะไรไม่ทราบ? พวกเจ้าคิดว่าใหญ่มากนักหรือไง?
เถาซื่อโกรธขึ้นมาทันที “ทำไมจะเอาไม่ได้? พวกเขาเป็นคนตระกูลอวิ๋น ของของนางก็เป็นของตระกูลอวิ๋น อย่าว่าแต่จะเอาหีบเครื่องประดับเลย ต่อให้ยายเ ฒ่าเช่นข้าขายนางทิ้ง ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรทั้งนั้น!”