“พี่ใหญ่ พี่ควรเข้มแข็งให้มากกว่านี้! แม้จะไม่มีฮวาเอ๋อร์แล้ว แต่พี่ยังมีพี่สะใภ้ใหญ่ ยังมีฉี่ชิ่ง ฉี่เสียง… ข้าดูแล้วฉี่ชิ่งก็อายุได้สิบห้า ถึงวัยที่จะแต่งงานได้แล้ว แต่ด้วย…สถานการณ์ของตระกูลอวิ๋นที่เป็นเช่นนี้ ตระกูลไหนที่ดีกว่า ก็คงไม่มีใครอยากยกบุตรสาวให้ฉี่ชิ่งหรอก ก็ถือเสียว่าทำเพื่อลูกๆ ทั้งสองคน… พี่ใหญ่ พี่ก็ควรเข้มแข็งขึ้นมาได้แล้ว!”
อวิ๋นโส่วจงไม่พูดอะไรเพิ่มเติมอีก เขารู้ดีว่าพี่ชายเป็นคนนิสัยเรียบง่ายและอ่อนแอ ถูกเถาซื่อกดขี่ข่มเหงมาโดยตลอด เขาไม่ได้คาดหวังว่าคำพูดไม่กี่คำของตนจะสามารถเปลี่ยนแปลงอวิ๋นโส่วกวงได้ แต่ก็หวังว่าพี่ชายจะคิดถึงลูกๆ บ้าง ในใจควรมีแผนการมากกว่านี้ อย่าปล่อยให้เถาซื่อกดขี่ข่มเหงครอบครัวจนตาย!
วันนี้เขาได้เห็นชัดเจนแล้วว่า ตระกูลอวิ๋นอยู่ในหมู่บ้านก็ไม่ได้ยากจนถึงขั้นไม่มีข้าวกิน แต่มีเพียงครอบครัวพี่ชายเท่านั้นที่สีหน้าซีดเซียว เสื้อผ้าก็เต็มไปด้วยรอยปะชุนต่อกันเป็นแนว
แม้ว่าบ้านน้องสามอย่างอวิ๋นโส่วเย่า ก็แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ไม่ดีนัก มีรอยปะชุนบ้าง แต่เทียบกับครอบครัวพี่ใหญ่แล้วนับว่ายังดูดีกว่ามาก!
เขาอยากจะช่วยเหลือครอบครัวอวิ๋นโส่วกวง แต่ต้องมั่นใจว่าอีกฝ่ายสามารถพยุงตนเองขึ้นมาได้ มิฉะนั้นต่อให้เขาทำสิ่งใดไป สุดท้ายก็มีเ