กับไป๋ไฮ พวกเขาได้แต่จ้องมองเจี้ยนเฉินที่คุกเข่าแข็งเป็นหินเหมือนรูปปั้นตรงหน้า
แม้ว่าหวงเทียนป้าเดาได้ว่ามีความลับบางอย่างระหว่างไป๋ไฮและเจี้ยนเฉิน แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคือความเกี่ยวโยงอะไรกันแน่ ดังนั้น เขาจึงรู้สึกตกใจเหมือน ๆ กับที่คนอื่นเป็น
“มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันเนี่ย เจี้ยนเฉินเสียสติไปแล้วหรือ ? ” นูบิสเป็นคนแรกที่พูด ตาของเขาเบิกกว้างและเขาอ้าปากค้างไปด้วยความตกตะลึง
หวงเทียนป้ายังคงนิ่งเงียบจากความตกตะลึง ด้วยความไม่คิดมาก่อนเลยว่า ศัตรูที่เขาต่อสู้มาอย่างยาวนานจะเป็นบรรพชนของเจี้ยนเฉิน
เวลาผ่านไปสักพัก ไป๋ไฮยังตกตะลึง จ้องไปทางเจี้ยนเฉินและไม่ได้กล่าวอะไร และในที่สุดเขาก็เอ่ยปาก “จะ.. เจ้า..เจ้าพูดอะไรออกมาน่ะ ? ” เขาถามด้วยความไม่แน่ใจว่าเขาหูฝาดไปหรือไม่
“ท่านบรรพชน แม่ของข้ามาจากตระกูลไป๋ และด้วยเหตุนี้ ข้าจึงมีสายเลือดของตระกูลไป๋” เจี้ยนเฉินตอบกลับ
“อะไรนะ จะ เจ้าเป็นสมาชิกตระกูลไป๋หรือ” นิ้วของไป๋ไฮที่ชี้ไปยังเจี้ยนเฉินสั่นเทาด้วยความไม่เชื่อ เมื่อใดกันที่ตระกูลไป๋มีเซียนผู้คุมกฎ ? เขาไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อนเลย แน่นอนว่าถ้าเป็นเจี้ยนเฉิน มันต้องทำให้ไป๋ไฮประทับใจแน่นอน
“ใช่แล้ว ท่านบรรพชน ข้าเป็นสมาชิกตระกูลไป๋” เจี้ยนเฉินตอบกลับ
“เป็นไปไม่ได้! นี่มันเป็นไปไม่ได้! ถ้าเจ้าเป็นคนในตระกูลจริง ทำไมข้าไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลย ? ” ในตอนนี้ ไป๋ไฮเต็มไปด้วยความรู้สึกหลาย ๆ